มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของไทย ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’ ตอบรับ ‘นายกฯ’ ช่วย 700 ล้านฝ่าวิกฤตโควิด-19 และเตรียมช่วยต่อโดยเน้นความยั่งยืน

  • 1.7K
  •  
  •  
  •  
  •  

‘เจ้าสัว-ธนินท์ เจียรวนนท์’ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ทำจดหมายตอบกลับถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมทีมไทยแลนด์ ในการพาประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19 โดยมีใจความว่า

“ผมถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำเพื่อประเทศโดยเฉพาะในยามวิกฤต เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) พร้อมสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ และขอเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในการนำประเทศชาติก้าวผ่านสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ถือเป็นวิกฤตการณ์ร้ายแรงของประเทศและของโลกในครั้งนี้ และขอยกย่องในความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ถือเป็นนักรบแนวหน้าในการรักษาชีวิตพี่น้องประชาชนไทย ทำให้วันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง(ข้อมูลถึงวันที่ 30 เมษายน 2563) นอกจากนี้ทุกครั้งที่ประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตในอดีตจนถึงปัจจุบัน จะเห็นความสามัคคี ความร่วมแรงร่วมใจของคนไทยจากทุกภาคส่วน ออกมาให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเสมอมา เช่นเดียวกับวิกฤตในครั้งนี้ ที่จะเห็นได้ว่า ทุกภาคส่วนได้ออกมาร่วมแรงร่วมใจกันทำหน้าที่ของตนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนไทยอย่างดีมาโดยตลอด พร้อมทั้งเสนอสิ่งที่ผมและเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ดำเนินการแล้ว รวมยอดกว่า 700 ล้านบาท พร้อมเสนอโครงการที่จะดำเนินการในระยะต่อไป

สำหรับสิ่งที่ธนินท์และเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ได้ดำเนินการแล้ว รวมยอดกว่า 700 ล้านบาท ได้แก่

ระยะแรก

การให้ความช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ

– การสร้างโรงงานซีพีหน้ากากอนามัยฟรีเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ ใช้งบประมาณ 175 ล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน

-การบริจาคชุดป้องกัน Tyvek 400 Tychem 2000 หน้ากาก N95 แว่นตานิรภัย ถุงคลุมเท้า ชุดคลุมป้องกันเชื้อชนิดคลุมทั้งตัว (Coverall) และหน้ากากป้องกันเชื้อ (Face Shield)

-การมอบเงิน 77ล้าน ให้กับ 77 โรงพยาบาล ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ภายใต้โครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน

-สนับสนุนอาหารให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 120 แห่งทั่วประเทศ

-สนับสนุนแท็บเล็ต และโทรศัพท์วิทยุสื่อสาร จำนวนกว่า 500 เครื่อง พร้อมซิมทรูมูฟ เอช ที่ไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน แก่โรงพยาบาลที่ให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยโควิด-19 รวม 50 แห่งทั่วประเทศ ดำเนินการโดยกลุ่มทรู เป็นต้น

 

การให้ความช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน อาทิ

-การดูแลผู้เฝ้าระวังตนที่กลับจากต่างประเทศ ผ่านโครงการมอบอาหารจากใจ ต้านภัยโควิด-19 ส่งอาหารถึงบ้านกว่า 20,000 ราย (จบโครงการแล้ว) ดำเนินการโดย CPF

-การมอบไข่ไก่ การแบ่งเบาค่าครองชีพด้วยการจำหน่ายอาหารพร้อมทานในราคา 20 บาท จำนวน 1,000,000 ถาด และข้าวกล่องจำนวน 13 ล้านกล่อง จำหน่ายในราคา 20 บาท เป็นต้น

การให้ความช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาการตกงานหรือขาดรายได้

-ทางเครือซีพีที่มีพนักงานในไทยกว่า 30,000 คนไม่มีนโยบายเลิกจ้าง

-CP ALL ประกาศจ้างงานเพิ่ม 20,000 อัตรา

-CPF มีการประกาศจ้างงานเพิ่ม 5,000 อัตรา เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563

 

รวมไปถึงความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ อาทิ การช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร SMEs นำร่องกว่า 50 ร้านค้าพันธมิตรในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ผลักดันเข้าสู่ตลาดออนไลน์ และสนับสนุนพื้นที่สื่อโฆษณาทุกช่องทาง ถวายปัจจัยสมทบทุนช่วยเหลือพระสงฆ์ทั่วประเทศที่ไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 จำนวน 500 วัด และยังมีการมอบอาหารให้กับชาวชุมชนคลองเตยกว่า 8,499 หลังคาเรือน

นอกจากนี้ในจดหมายตอบกับยังระบุอีกว่า

“ในระยะต่อไป สิ่งที่ประเทศไทยควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือการเตรียมการเข้าสู่ช่วงการฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และหากมองวิกฤตนี้เป็นโอกาส กล้าตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านการค้า การลงทุน การเงิน และเทคโนโลยี ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว”

โดยซีพีขอนำเสนอโครงการในระยะต่อไป ซึ่งโครงการที่น่าสนใจ ได้แก่ โครงการปลูกน้ำ เพื่อนำพื้นที่ที่ปกติน้ำท่วมทุกปีมาพัฒนาเป็นแหล่งแก้มลิง เพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่เกษตรกรโดยรอบ, โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนต้นแบบ เพื่อยกระดับรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรให้มีรายได้อย่างพอเพียง โดยจะคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบใน 3-4 จังหวัด อาศัยหลักการ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่เศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงทางอาหาร และความปลอดภัยในอาหารในระยะยาวให้กับประเทศไทย

การให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทุนวิจัย สร้างความร่วมมือด้านงานวิจัย และพัฒนากับสถาบันทางการแพทย์ และศูนย์วิจัยทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการค้นคว้าอุปกรณ์ตรวจเชื้อ วัคซีนและยารักษา ฯลฯ

เจ้าสัวธนินท์ได้ทิ้งท้ายว่า “ในช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกหลายมาตรการที่ดี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในภาวะวิกฤตโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่องและเห็นผล จึงถือได้ว่าโครงการที่เสนอมานี้เป็นเพียงส่วนเสริมในการบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน นอกจากนี้ ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ในเอกสารฉบับนี้ เป็นมุมมองของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งอยู่ที่ภาครัฐจะเลือกนำไปใช้ตามความเหมาะสม หากมีคำแนะนำสิ่งใดที่ควรทำเพิ่มเติม เครือเจริญโภคภัณฑ์ยินดีให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป”

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ , มติชน


  • 1.7K
  •  
  •  
  •  
  •