103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

4 ขั้นที่แบรนด์ควรใช้ในการบริหารเอเจนซี่ให้ทำงานร่วมกัน

posted by  385 views

การทำงานระหว่างลูกค้ากับเอเจนซี่นั้น มักจะเป็นการทำงานที่ไม่ได้ใช้เอเจนซี่เดียวในการทำงานทั้งหมด มักจะมีการแบ่งงานกันระหว่างคนทำครีเอทีฟ คนทำดิจิทัล คนทำอีเว้นท์ คนทำมีเดีย และอื่น ๆ ที่มากมาย ซึ่งทั้งหมดต้องทำงานต่อเนื่องกัน หรือทำงานประสานกัน ในบางครั้งหลาย ๆ งานที่ทำร่วมกันแบบนี้ทั้งเอเจนซี่ที่ทำงานร่วมกันเองมักจะเจอปัญหาที่ขัดแย้งกันมากมาย และลูกค้าที่ต้องปวดหัวกับการบริหารเอเจนซี่ที่ทำงานร่วมกันเหล่านี้ให้ได้งานออกมาตามที่ต้องการ

Screen Shot 2560-06-23 at 8.58.28 PM

ลูกค้าในตอนนี้นั้นเริ่มการทำงานกับเอเจนซี่ในระบบที่เรียกว่า Multi Agency ขึ้นมาคือไม่ใช้เอเจนซี่ใด เอเจนซี่หนึ่งในการทำงานทั้งหมด เพราะปัญหาคือเอเจนซี่นั้นไม่ได้เก่งไปซักทุกอย่าง หรือมาพรีเซนต์ว่าทำได สุดท้ายก็ทำไม่ได้จริง ๆ ขึ้น เพราะฉะนั้นลูกค้าจึงเลือกที่จะทำงานกับเอเจนซี่ที่มีความเฉพาะทางขึ้นและหวังว่าเอเจนซี่ที่เลือกมานี้จะทำงานร่วมกันเพื่อให้การสื่อสารทางการตลาดนั้นสามารถได้ประสิทธิภาพมากที่สุด แม้ว่าการทำงานแบบนี้จะเป็นการทำงานที่ไม่ได้ทำได้โดยง่าย หรือก็ยังไม่มีใครรู้ว่าจะจัดการบริหารงานเอเจนซี่ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่รู้แน่ได้ชัดในการทำงานแบบนี้คือ ทุกคนต้องประสานงานกันให้ดี แต่ปัญหาใหญ่ของการทำงานร่วมกันแบบนี้คือ “เอเจนซี่นั้นไม่อยากทำงานร่วมกัน” สิ่งนี้เรียกว่า Ego หรือถ้าเอาเหตุผลใส่เข้าไปหน่อยก็คือ การกลัวเรื่องความคิดสร้างสรรค์ที่อาจจะถูกบั่นทอนหรือถูกมองข้าม ไปในการทำงาน ซึ่งเอเจนซี่นั้นมักจะอยากควบคุมการทำงานทั้งหมดเพื่อทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองสามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับลูกค้าแล้วมันก็คงแปลก ๆ หรือรู้สึกไม่สบายใจที่เอเจนซี่บางเอเจนซี่มาทำงานเกินขอบเขตที่เอเจนซี่ทำได้ เช่น Media Agency มาทำครีเอทีฟทีวี แบบนี้ หรืออีกแบบคือทางครีเอทีฟก็กลัวว่างานตัวเองจะถูกดัดแปลงผิดเพี้ยนความหมายไปในการทำงาน เช่น ครีเอทีฟคิดมา แต่พอมาในออนไลน์ก็ถูกตีความใหม่ หรือผิดเพี้ยนไปอย่างมากมาย

figure_01_lg

เอเจนซี่หลาย ๆ ที่กลัวเอเจนซี่อื่น ๆ ที่มาทำงานร่วมนั้นจะสามารถชักจูงหรือโน้มน้าวให้ลูกค้าเปลี่ยนไจไปหรือทำให้ลูกค้าไม่ฟังสิ่งที่ตัวเองนำเสนอขึ้นมา และทำให้งานตัวเองเสียไปจนถึงทำให้ลูกค้าเสียไป ทำให้การทำงานแทนที่จะทำงานร่วมมือกันกลับกลายเป็นการทำงานแข่งขันกันขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองเด่นอยู่ในสายตาลูกค้าขึ้นมา ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้การทำงานนั้นดีขึ้นมา และแคมเปญการสื่อสารทางการตลาดที่เกิดขึ้นมานั้นทำให้ไม่มีอะไรดีสักอย่างหรือไม่ได้เกิดเป็นภาพรวมเดียวกันขึ้นมา เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหานี้เพื่อให้การทำงานร่วมกันแบบราบรื่นนั้นจึงจำเป็นอย่างมาก และนี้คือวิธีการ 4 ขั้นที่ควรต้องทำ

1. เริ่มต้นด้วยจากลูกค้า : งานทุกอย่างจะดีได้ เริ่มต้นจากลูกค้า เพราะลูกค้านั้นต้องให้บรีฟที่ดีและให้ความเห็นงานต่าง ๆ ที่ส่งมาให้ตรวจรับนั้นมีความชัดเจนในการทำงาน ลูกค้าต้องมีความซื้อสัตย์ว่าอยากจะได้อะไร และคาดหวังอะไรออกมา พร้อมที่แชร์ข้อมูลทั้งหมดให้กับทีมได้ทำงานกันได้ สิ่งสำคัญคือลูกค้าต้องทำตัวเหมือนดังผู้ควบคุมวงออเคสตร้า ว่าจะให้แต่ละเอเจนซี่ทำงานร่วมกันอย่างไร บทบาทของแต่ละเอเจนซี่จะส่งเสริมงานกันอย่างไร และทำอย่างไรที่จะให้ได้งานออกมา ไม่ใช่แค่เพียงแต่เป็นคนจ่ายงานหรือสั่งงานเท่านั้น

2. ลูกค้าต้องมีบรีฟที่เรียบง่ายกระชับและควรแชร์ให้เอเจนซี่แต่เนิ่น ๆ  : ลูกค้าควรให้เอเจนซี่เจ้าใด เจ้าหนึ่งเป็นคนที่มีหน้าที่เขียนบรีฟขึ้นมา และให้เอเจนซี่อื่น ๆ มีโอกาสที่จะให้ความเห็นหรือแนวทางที่อยากจะทำออกมา ซึ่งบรีฟที่ทำออกมาในครั้งแรกนั้นควรมีเจ้าภาพในการทำ และควรแชร์ให้ทุกฝ่ายรับทราบกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ตกลงร่วมกันในสิ่งที่จะทำงาน และเมื่อแชร์บรีฟ ตกลงร่วมกัน ทุกคนจะมีภาพทุกอย่างแบบเดียวกันจนไปเริ่มทำงานของตัวเองได้

3. พร้อมที่จะเจอการเปลี่ยนแปลงเสมอ : การที่จะทำงานร่วมกันได้ถูกต้องนั้น การมีหน้าที่ที่แบ่งกันอย่างชัดเจนและบทบาทการทำงานอย่างชัดเจนนั้นสำคัญ การที่ทุกคนรู้ว่าใครทำอะไร และกำลังทำอะไรอยู่ และคาดหวังอะไรที่ออกมาจากการทำงานนั้นควรจะมีเป็นเอกสารที่แชร์ออกมาให้ทุกคนได้รับทราบกัน เพื่อที่จะให้สามารถตามงานหรือให้ความเห็นกันได้ในการทำงาน หลาย ๆ ครั้งต้องเตรียมพร้อมที่อาจจะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีไอเดียที่ดีกว่าในการทำงาน หรือเอเจนซี่หนึ่งคนทำงานนั้นไม่สามารถทำงานได้ทัน

4. อย่าลืม ทุกคนนั้นมีงานเดียวกัน  : ความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงคือการที่คิดว่าเอเจนซี่นึงนั้นทำแบรนด์ อีกเอเจนซี่ทำดิจิทัล อีกเอเจนซี่นั้นทำมีเดีย และอีกเอเจนซี่ทำการวัดผล ซึ่งความจริงไม่เป็นเช่นนั้นเลย จริง ๆ แล้วทุกคนมีหน้าที่เดียวกันคือการสร้างแบรนด์ หรือ สินค้านั้นให้เกิดและมียอดขายเข้ามา ซึ่งนี้คือส่วนสำคัญที่ทำงานร่วมกันว่าทุกคนนั้นต้องมีเป้าหมายเดียวกันขึ้นมา และทำหน้าที่ทุกอย่างของตัวเองเพื่อพาลูกค้าไปสู่เป้าหมายนั้น

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง และเป็น Strategic Marketer ที่บริษัท Samart Multimedia Company ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ seven = 9

Recent Posts

Facebook