เคล็ดวิชาจากปาก ‘เจ้าสัว CP’ ที่ห้ามขาด หากต้องการทั้ง ‘เก่ง’ และเป็น ‘ผู้นำ’

  • 3.6K
  •  
  •  
  •  
  •  

ทาง Marketing Oops! ได้มีโอกาสสัมภาษณ์แบบสุด exclusive กับ ‘เจ้าสัวธนินท์-ธนินท์ เจียรวนนท์’ เจ้าของอาณาจักรแสนล้านอย่างเครือ CP ถึงเคล็ดวิชาในการก้าวสู่ความสำเร็จในการเป็นทั้ง ‘คนเก่ง’ และเป็น ‘ผู้นำ’ ซึ่งเราขอนำมาถ่ายทอดให้บรรดาแฟน ๆ ของ Marketing Oops!  เพื่ออาจนำมาเป็นข้อคิดหรือแนวทางปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จได้ในอนาคต

“ผมมองยุคใหม่ว่า การเปลี่ยนแปลงเต็มไปด้วยโอกาสมหาศาล ยิ่งเปลี่ยนยิ่งมีโอกาส และเก้าอี้เจ้าสัว จะเปลี่ยนเร็วมาก ใคร ๆ ก็เป็นเศรษฐีได้ เพราะโลกธุรกิจทุกวันนี้ไม่ใช่แบบเดิม ไม่ใช่บริษัทใหญ่แล้วจะได้เปรียบ หากบริษัทนั้นไม่เปลี่ยนแปลง ทำงานในขอบเขตเดิม ๆ มีขั้นตอน ก็ไปไม่รอด”

ใครจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับโอกาส

อย่างตอนนี้เราได้เห็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นผู้บริหาร เป็นเจ้าของกิจการ และเป็นสตาร์ทอัพมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ เจ้าสัวธนินท์บอกว่า ล้วนมาจากโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งสิ้น เพียงแต่ใครจะมองออกและเมื่อเห็นแล้ว มีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนหากโอกาสมาถึง

และการที่คนจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องเรียนจากประสบการณ์ที่ได้ลงมือทำจริง ไม่ใช่เรียนจากตำราอีกต่อไป

การเรียนการสอนในปัจจุบันสำหรับเด็กรุ่นใหม่มากเกินพอแล้ว เรียนหนังสือมานานจนอายุ 21 ปีแล้ว และคนรุ่นใหม่ที่จบออกมา ไม่จำเป็นต้องอบรมแล้ว อบรมไปก็ไม่รู้จริง ยิ่งทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ตำราเล่มเก่าที่มีอยู่ก็ไม่เหมาะกับยุคสมัย และต่อไปผมว่า จบมหาวิทยาลัยตอนอายุ 18 ปีก็พอ ที่เหลือไปลงมือทำ ลงสนามจริง”

อย่างที่ได้ไปพูดคุยกับ ‘แจ็ค หม่า’ ซึ่งเขาเองได้บอกว่า สิ่งที่เรียนมาใช้ได้อย่างเดียว คือ ภาษาอังกฤษ เพราะสิ่งที่เรียนมากับสิ่งที่ทำที่อาลีบาบาคนละเรื่อง และไม่สามารถหาจากตำราที่ไหนในโลก ต้องใช้วิธีทำไป เรียนรู้ไป ถ้าผิดก็แก้ไข อย่าให้เกิดซ้ำ

ดังนั้นการสร้างคนยุคใหม่ สำหรับเจ้าสัวธนินท์แล้วประเด็นสำคัญ ต้องให้คนมีโอกาสได้ลงมือทำ มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น ได้ลองถูกลองผิด แต่ต้องให้โอกาสแบบมีการกำหนดเป้าหมาย เพื่อให้ทำงานอย่างมีทิศทาง

“สมัยก่อนคนเข้ามาทำงานที่ CP ต้องอบรม 6 เดือนหรือ 1 ปี แต่ตอนนี้มาถึงผมเพียงพูดหลักใหญ่ ๆ  พอ ที่เหลือไปลงมือทำเลย ซึ่งเมื่อได้ลองทำแล้ว นอกจากได้รู้จริง ยังให้เรารู้ว่าสิ่งที่ทำใช่หรือไม่ใช่สำหรับเรา ถ้าไม่ใช่ก็เปลี่ยนงานได้

ตอนนี้เองผมกำลังสร้างเด็กรุ่นใหม่ของเครือ CP เรียกว่า เถ้าแก่น้อย และผมเรียกเด็กพวกนี้ว่า เป็นลูกวัวไม่กลัวเสือ เพราะพวกเขามีความสามารถ กล้าลอง ส่วนสิ่งที่ผมจะให้ ก็คือให้โอกาส ให้อำนาจกับคนกลุ่มนี้ได้ลองทำ จะผิดจะถูกไม่เป็นไร เพราะผมเชื่อว่า วิธีที่ดีที่สุด ต้องทำไป เรียนรู้ไป เมื่อผิดแล้วจะได้รู้และแก้ไข อย่าทำซ้ำ”

ต้องขยันเรียนรู้ตลอดเวลา

นอกจากโอกาสได้ลงมือทำแล้ว คนจะประสบความสำเร็จได้ ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา และอย่าคิดว่า ตัวเองเก่ง

“ทุกวันนี้ผมยังเรียนรู้ตลอดเวลา ชอบไปคุยกับคนเก่ง ๆ  ไม่ว่าเขาจะอายุน้อย หรืออายุมาก ผมจะไปคารวะเป็นอาจารย์หมด เพราะอย่างที่บอกทุกวันนี้โลกเปลี่ยนเร็วมาก เราต้องตามให้ทัน และถ้าวันไหนเรามองว่า เราเก่งแล้ว ประสบความสำเร็จแล้ว วันนั้นจะเป็นวันที่เราถอยหลัง”

ที่สำคัญไม่ว่าจะยุคใดก็ตาม ไม่ว่าจะรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ‘ความขยัน’ คือบันไดอีกขั้นสู่ความสำเร็จ เรียกว่า ยิ่งขยัน ยิ่งประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ยังต้องรู้จักควบคุมตนเองให้ทำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นเถ้าแก่ หรือผู้นำ เพราะจะไม่มีใครมาคอยบังคับหรือคอยสั่ง เหมือนตอนเป็นลูกจ้างหรือพนักงานทั่วไป

ผู้นำที่ดี ต้องใจกว้าง รู้จักให้ รู้จักอภัย รู้จักเสียเปรียบ  

สำหรับผู้นำที่ดีและประสบความสำเร็จได้ เจ้าสัวธนินท์บอกว่า ต้องรู้จักบริหารคน และมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ นั่นคือ ‘ต้องใจกว้าง รู้จักให้ รู้จักเสียสละ รู้จักให้อภัย รู้จักเสียเปรียบ’ ซึ่งจะขาดข้อใดข้อหนึ่งไปไม่ได้

“องค์กรจะไปรอดและเติบโต ต้องมีทีมงานที่พร้อม ดังนั้น หากเอาเปรียบคน ใครอยากจะทำงานด้วย โดยเฉพาะคนเก่ง ๆ ถ้าทำเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ ต่อให้เราเป็นคนเก่งแค่ไหน ก็ไม่ใช่ผู้นำ”

สำหรับลูกน้องที่เป็นคนเก่ง ต้องให้อำนาจ , ตำแหน่ง และเงิน ให้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ได้แสดงความสามารถ ไม่จำเป็นต้องรอให้เจ้าของอนุมัติ

“ผมอยากให้คนในองค์กรเป็นเถ้าแก่ ซึ่งเถ้าแก่หมายความว่าอะไร คือ คุณต้องรู้ทุกเรื่อง การขาย การจัดซื้อ บริหารจัดการคน และบริหารการเงินซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ต้องให้เขามีโอกาสได้ลงมือทำ ได้แสดงความคิดเห็น เราแนะนำได้ แต่อย่าครอบงำ”

ไม่ต้องกลัว มีวิกฤติ เดี๋ยวโอกาสก็มา

มาถึงคำถามที่เชื่อว่า หลายคนอยากถามและอยากฟังความเห็นจากเจ้าสัวธนินท์ นั่นคือ เราจะรอดจากวิกฤติที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้หรือไม่

ทางเจ้าสัวธนินท์บอกว่า เราจะผ่านพ้นไปได้อย่างแน่นอน หลังจากโควิด-19 ผ่านไป จะเห็นเปลี่ยนแปลงมากมาย และเป็นการเปลี่ยนไปในทางที่ดี เพราะในโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีของคู่กัน เมื่อมีวิกฤติย่อมมีโอกาส มีโอกาสก็ตามมาด้วยวิกฤติ เหมือนมีดำก็มีขาว มีหวานก็มีขม

เพียงแต่วันนี้จะอยู่รอดได้อย่างไร เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องมองให้ออก และหาทางออกให้เจอ เช่น ธุรกิจร้านอาหาร เมื่อคนมารับประทานที่ร้านไม่ได้ ก็ต้องปรับไปส่งถึงบ้าน หรืออย่าง 7-Eleven เอง ได้ประกาศรับคนเพิ่มกว่า 20,000 คน เพื่อส่งถึงบ้าน เพราะเห็นโอกาส และมองว่า ต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ ไม่เช่นนั้นแล้ว 7-Eleven อาจจะไปไม่รอดเหมือนกัน

“ผมผ่านเรื่องพวกนี้มาตลอด เพียงแต่ว่า เราจะมองออกหรือไม่ และมีความพร้อมสำหรับโอกาสที่มาถึงมากน้อยแค่ไหน คนที่มองออกมีความพร้อมก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง คนที่ไม่เห็นหรือไม่มีความพร้อม อาจพลาดโอกาสไป”

 


  • 3.6K
  •  
  •  
  •  
  •