103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

ถ้าคนทำการตลาดอยากให้สังคมดีขึ้น ต้องเริ่มในการทำการตลาดที่ดีก่อน

posted by  5,402 views

ผมมักเห็นเพื่อน ๆ ที่ทำงานในการตลาดหรือคนที่รู้จักในแวดวงทางการตลาดมักจะชอบพูดว่าสังคมเรานั้นไม่ดี หรือเนื้อหาในโลกออนไลน์นั้นมีแต่สิ่งที่มอมเมาเยาวชน หรือทำให้สังคมนั้นผิดเพี้ยนไปอย่างมากมาย และยิ่งนับวันก็ทำให้รู้สึกว่าสังคมเรานั้นมันแย่ลงจากเรื่องราวเหล่านี้ ทั้งนี้เราต้องยอมรับกันเองก่อนว่า คนทำโฆษณาและการตลาดนี้เองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหานี้และถ้าอยากให้ดีขึ้นก็ต้องแก้ไขที่เราก่อน

Screen Shot 2560-04-06 at 3.44.51 PM

นักการตลาดหลาย ๆ คนที่ทำงานเชิงรุกมาก ๆ มักจะไม่สนใจในเรื่องวิธีการที่จะทำให้ได้มาซึ่ง KPI ไม่ว่าจะยอด Like, Share, Comment, Views และอื่น ๆ อีกมากมาย ขอแต่เพียงเพื่อทำให้คนได้รู้จัก หรือทำให้เกิดยอดขายขึ้นมา  ด้วยวิธีการที่สนแต่เพียงเป้าหมายโดยไม่เกี่ยงวิธีกลับกลายเป็นว่าต้องใช้การตลาดในสายมืดหรือข้ามเส้นศีลธรรมเข้าไปเพื่อทำให้เกิดกระแสความสนใจต่าง ๆ ขึ้นมาได้ ทำให้มีผลกระทบต่อสังคมกลับมาในรูปแบบที่เนื้อหาที่อยู่รอบตัวผู้บริโภคเป้นเนื้อหาที่แย่ และทำให้เกิดการหล่อหลอมสังคมที่แย่ขึ้นมามากมาย แถมยังทำให้เกิดทัศนคติที่ผิด ๆ ต่อความคิดผู้บริโภคอีกด้วย จากผลกระทบดังกล่าวนักการตลาดและโฆษณานั้นจะโทษใครไม่ได้ถ้าไม่โทษตัวเองก่อนว่าสังคมมันไม่สามารถดีขึ้นได้ถ้าเรายังทำโฆษณาและการตลาดที่ไม่เกี่ยงวิธีการแบบนี้ออกไป

Screen Shot 2560-04-06 at 3.49.22 PM

  • ผิวขาว ผิวสวย ผิวใส นี้คือตัวอย่างแรก ๆ ที่ทำให้สังคมเกิดทัศนคติที่ผิดอย่างมากกับเรื่องสีผิว และทำให้การมีผิวคล้ำหรือผิวแทนนั้นกลายเป็นเรื่องแย่ ๆ ในสังคมไทย ด้วยการมอมเมาว่าความขาวทำให้สวย เท่านั้นที่จะทำให้ดูดี และได้สิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมาย ทำให้เราจึงเกิดผลิตภัณฑ์ความขาวมากมายที่มีตั้งแต่ใช้วัตถุดิบที่ดีจนถึงผิดกฏหมาย และทำการหล่อหลอมความเชื่อว่าผิวขาวดี ผิวคล้ำแย่ ซึ่งนี้ทำให้นักการตลาดหลายคนข้ามเส้นโดยการทำโฆษณาที่เกิดเป็นการเหยียดสีผิวต่าง ๆ ออกมามากมาย แล้วทำให้แบรนด์นั้นโดนตำหนิจากทั้งในไทยและต่างชาติอย่างมากออกมา ทั้งนี้ผลที่เกิดขึ้นต่อสังคมคือการที่เด็ก ๆ เยาวชนไทยถูกมอมเมาในเรื่องความขาวต่าง ๆ มากมาย ยอมทำทุกอย่างเพื่อความขาวจนใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพ หลาย ๆ คนต้องเสียชีวิตไป หลาย ๆ คนต้องเสียสุขภาพไป
  • ความอ้วน ต้องผอมมากถึงจะดี นี้คือตัวอย่างในไทยที่เกิดขึ้นมาและมีผลต่อสังคมอย่างมาก เพราะด้วยโฆษณาต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้หญิงอยากผอมโดยไม่ต้องลงแรง หรือผอมได้โดยการรับประทานอาหารเหมือนเดิม ทั้งนี้ด้วยการข้ามเส้นของนักการตลาดก็ใช้ภาพลักษณ์ว่าความผอมนั้นดี และใช้นางแบบหุ่นดี ๆ มาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ความคนที่ผอมนั้นจะได้มีโอกาสมากมายในชีวิตขึ้นมา ทำให้มีการใช้วิธีการต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้องคือการเอาคนที่ลดความอ้วนด้วยวิธีการออกกำลังกายและควบคุมอาหารได้ มาบอกว่า ลดโดยใช้ยาลดน้ำหนักในแบบต่าง ๆ ออกมา ทำให้คนในสังคมนั้นพร้อมจะเชื่อว่ามียามหัศจรรย์แบบนี้จนต้องไปหามาทาน สุดท้ายสังคมเต็มไปด้วยโฆษณามากมายที่ทำให้เยาวชนนั้นทานยาเหล่านี้จนเสียชีวิตหรือทำให้สติสัมปชัญญะนั้นเสียไป

theperfectbodycampaign-600x340

นอกจากกรณีที่เป็นสินค้า ที่พร้อมจะใช้วิธีการทุกรูปแบบเพื่อทำให้สามารถขายได้แล้ว ก็ยังมีวิธีการต่าง ๆ ที่นักการตลาดนั้นทำให้สังคมนั้นแย่ลงไป ตัวอย่างเช่น

  • การใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือทางเพศในการขายสินค้า ซึ่งเป็นการมองผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศที่ปลุกผู้ชาย และลดคุณค่าของผู้หญิงลงว่าถ้ามีวัตถุเหล่านี้ผู้หญิงจะยอมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น โฆษณารถยนต์ที่ผู้ชายสามารถมีผู้หญิงสวย ๆ นั่งข้าง ๆ ได้ หรือโฆษณาแอลกฮอล์ต่าง ๆ ออกมา นอกจากนี้ยังข้ามเส้นศีลธรรมด้วยการใช้ผู้หญิงให้แต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อย จนถึงขั้นเปลือยเพื่อขายสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งพาดหัวหรือเขียนเนื้อหาต่าง ๆ ที่ไม่ได้ให้เกียรติผู้หญิงเลยแม้แต่นิดเดียว
  • การดูถูกเพศที่ 3 ด้วยการเอาเพศที่ 3 มาทำให้ตลกหรือทำให้เกิดการเยาะเย้ย เหยียด หรือทำให้มีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในสังคมไทย ซึ่งรสนิยมทางเพศนั้นในสังคมยุคนี้เราเปิดกว้างแล้ว และสถานภาพทางเพศไม่ได้บ่งชี้ถึงความสามารถหรือไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าจะทำงานได้หรือไม่ได้ การเอาเพศที่ 3 มาสร้างภาพลักษณ์ในเชิงดูถูกทำให้หล่อหลอมสังคมว่าเพศที่ 3 นั้นมีสถานะต่ำกว่าตน จะทำการเหยียมหยามอย่างไรก็ได้ออกมา
  • การใช้ Drama Marketing หลาย ๆ คนมักอยากให้การตลาดตัวเองมีคนพูดถึงเยอะ ด้วยการไม่สนวิธีการจึงใช้วิธีการดราม่า มาสร้างการขายสินค้าให้ตัวเอง จนคนพูดถึงหรือตำหนิกันผ่านโลกออนไลน์ แต่ด้วยกระแสที่มากมาย แน่นอนก็ย่อมมีคนสนใจจนมียอดเข้ามา แต่สิ่งที่ตามมาคือ ดราม่านี้ผลกระทบต่อความคิดของคนไทย และทำให้สังคมไทยไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมาเลยจากการทำการตลาดเหล่านี้

9CA2885253594617B774FF1852A9FCFB

ทั้งนี้นี่คือตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่านักการตลาดหลายคนทำการตลาดที่ใช้วิธีการเหล่านี้ แต่ก็มาพูดว่าสังคมนั้นไม่มีอะไรดีขึ้น หรือมีแต่ข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ออกมา สิ่งหนึ่งที่นักการตลาดและคนทำโฆษณาต้องหันกลับไปมองคือ วิธีการตัวเองนั้นทำให้สังคมดีขึ้นหรือยัง เพราะถ้ายัง นั้นแสดงว่าตัวคุณเองนั้นแหละที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่ทำให้สังคมนั้นแย่ลง

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 4 = eight

Recent Posts

Facebook