ผ่านไป 5 เดือนปี 63 เม็ดเงินโฆษณายังติดลบ 10% โดยรถยนต์เป็นกลุ่มที่ใช้เงินน้อยลงมากสุด

  • 751
  •  
  •  
  •  
  •  

เอจีบี นีลเส็น ประเทศไทย ได้เปิดเผยมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค.ปี 2563 มีมูลค่าอยู่ที่ 43,502 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่เดือนพฤษภาคมมีการใช้เงินลดลง 29% เพราะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด19

 

สำหรับ 4 กลุ่มหลักที่มีการใช้งบโฆษณาลดลง ได้แก่

-กลุ่มยานยนต์ (Automotive) มูลค่า 2,707 ล้านบาท ลดลง -27%

-กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food&Beverage) มูลค่า 6,104 ล้านบาท ลดลง -19%

-กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและเครื่องสำอาง (Personal Care & Cosmetic) มูลค่า 5,603 ล้านบาท ลดลง -10%

-กลุ่ม Media & Marketing มูลค่า 5,175 ล้านบาท ลดลง -2%

 

แต่มี 2 กลุ่มที่ใช้เงินเพิ่มขึ้น ได้แก่

-กลุ่มยา (Pharmaceuticals) มูลค่า2,368 ล้านบาท ใช้เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้น 29%

-กลุ่มสินค้าครัวเรือนในบ้าน (Household products) มูลค่า 1,503 ล้านบาท ใช้เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้น 4%

ส่วนบริษัทที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค.ปี 2563 ใน 3 อันดับแรก ได้แก่

1.บริษัท ยูนิลีเวอร์ (ไทย) โฮลดิ้ง มูลค่า 1,628 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยแคมเปญที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในเดือนพฤษภาคม คือ ใหม่ ลักส์ ชำระล้างแบคทีเรียและผิวเนียนนุ่ม ใช้ทางสื่อทีวีมูลค่า 18 ล้านบาท รองลงมาคือ ซันซิล ไบโอติน คอมเพล็กซ์ 5เท่า ใช้ทางสื่อทีวีมูลค่า 17 ล้านบาท

2.บริษัท ทีวีไดเร็ค มูลค่า 1,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยแคมเปญที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในเดือนพฤษภาคม ได้แก่ SKG ลำโพงกระเป๋าลากทางสื่อทีวีมูลค่า 47 ล้านบาท รองลงมา เครื่องบดสับปั่น ซื้อ 1 แถม 1 ทางสื่อทีวีมูลค่า 34 ล้านบาท

3.บริษัท ไลฟ์สตาร์ มูลค่า 985 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนแคมเปญที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุด ได้แก่ คอร์ดี้ ทิเบตแอนด์ภูฏาน ซื้อ 1 แถม 1 ใช้ทางสื่อทีวีมูลค่า 29 ล้านบาท รองลงมาคือ เอส.โอ.เอ็ม. ไอ-แคร์ ดูแลสุขภาพดวงตา ใช้ทางสื่อทีวีมูลค่า 13 ล้านบาท


  • 751
  •  
  •  
  •  
  •