103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

คำต่อคำ ซีอีโอ SCB ในวันที่วงการธนาคารต้อง transform

posted by  973 views

เมื่อก้าวเข้าสู่อาคารหอประชุมมหิศร SCB Head office รัชโยธิน หนึ่งในพื้นที่ SCB Park Plaza ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ พื้นที่กว่า 500,000 ตารางเมตร ถือเป็นพื้นที่ๆ ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยมีบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการงานอาคาร ในวันที่มีการแถลงข่าว 2020 SCB CEO Vision เมื่อเร็วๆ นี้

1

งานใหญ่ของวงการแบงก์ระดับ SCB ทำให้บรรยากาศดูคึกคัก (ปนเครียดๆ) ตั้งแต่ต้นปี 61 ขั้นการลงทะเบียนสื่อและผู้เข้าร่วมมาพร้อมกับ

  1. SCAN QR CODE
  2. มีช่องให้ระบุสถานภาพ (press, guest ฯลฯ)
  3. กรอกข้อมูลลงในช่องว่าง ชื่อ หน่วยงาน เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์
  4. เมื่อยืนยันข้อมูลให้แคปภาพหน้าจอไว้ และแสดงภาพนี้กับเจ้าหน้าที่เพื่อรับสติ๊กเกอร์เข้างาน

เสร็จกระบวนการขั้นแรก ก็มาถึงขั้นตอน “การส่งคำถาม” ในระบบ Interactive Conference คือ

  1. SCAN QR CODE
  2. กรอกคำถามแล้วกด Submit และ
  3. สามารถโหวตคำถามที่ชื่นชอบได้ด้วย

2

ตั้งแต่เริ่มเข้างานบรรยากาศของ 2020 SCB CEO Vision ก็สะท้อนปรากฏการณ์ที่ SCB กำลัง transform อย่างเอาจริงเอาจัง เริ่มตั้งแต่หน้างานจนเข้าไปจบในห้องประชุม เป็นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Digital transformation เสมือนจะบ่งบอกว่า “ใช้งานได้” กับ event แบบที่เป็นการแอฟพลายเทคโนโลยีอย่างลงตัว

3

กัก 1,000 วัน Vision  ของเรา คือ อะไร?

ตั้งแต่ปีที่แล้ว SCB กักตัวผู้บริหาร 20 คนเพื่อถ่ายทอดความคิด และก็เป็นผลที่ออกมาในงานวันนี้ กัก 1,000 วัน Vision  ของเรา คือ อะไร? ปรากฏการณ์ transform Disruption ทำให้อุตสาหกรรมสื่อ หรือธนาคาร โดนกดดันตามลำดับ ถ้าเราปล่อย ไม่ทำ หรือชักช้า เราจะอยู่ยังไง องค์กร 111 ปี อย่าง SCB จะขับเคลื่อนอย่างไร และต่อไปจากนี้นี่ก็คือ วิธีใหม่ทั้งหมด ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” คุณอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ขึ้นต้นอย่างหนักแน่น

ยอด 4 หมื่นล้านที่เราลงทุนด้านนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อปรับองค์กรให้เข้ากับดิจิตอล พฤติกรรม เทคโนโลยี เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงโดยดิจิตอล ลงทุนเพื่อเทคโนโลยี พนักงาน และลูกค้า คือ 3 ส่วน น้ำหนักมากสุดคือ เรื่องเทคโนโลยี จากนี้ไปอีก 1,000 วันข้างหน้าก็จะเป็นอย่างนี้

ปลายปี 60 เราสร้างให้พนักงานมีความภูมิใจ รักองค์กร เปลี่ยนกระบวนการการให้บริการต่อลูกค้าและสร้างพันธมิตรต่างๆ แต่เราพบว่าเราเชื่องช้า ต้นทุนการบริการแพง กระบวนการตัดสินใจเคลื่อนไหวช้า ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ น้อย ขาดจินตนาการ ที่ผ่านมาเราเน้นระเบียบ กระบวนการ เน้นองค์กรอย่าแตกแถว ทำแบบรูมเมท การเดิมไปข้างหน้าให้คนรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่สิ่งนี้ขัดกับอัตลักษณ์ของ SCB อัตลักษณ์ไม่ใช่ผิด หรือไม่ดี แต่ขัดกับโลกที่จะเดินไปข้างหน้า

หลังจากนี้เราจะตีลังกา กลับหัวตีลังกา สวนทางกับสิ่งที่เคยเป็น SCB มีรายได้ปีละ 130,000 ล้านบาท มีกำไร 30% ในส่วนนี้เป็นค่าธรรมเนียม 30% ต่อไปค่าธรรมเนียมที่เกิดจากกระบวนการของมนุษย์จะหายไปเมื่อเทคโนโลยีเดินทางมาถึง ถ้าเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง เราตายแน่ สุดท้ายผลประกอบการกำไรจะหายไป องค์กรก็จะหายไป หายไปจากรายได้ ถ้าคิดอย่างรุนแรงแล้วเราจะปรับตัวไม่ทัน แต่จะตีลังกายังไง เราต้องผอมก่อน

พูดแล้วหุ้นขึ้นก็ไม่ดีใจ หุ้นตกก็จะอดทน

วันนี้เราลงทุนเรื่องคน ปรับขีดความสามารถของคน ทิศทางของ SCB นับจากนี้ไป เราจะตัวเบา 1. ระยะสั้นปรับเปลี่ยนสาขาให้ลดลง ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ 2. จำนวนไซส์พนีกงานลดลง เปลี่ยนถ่าย โยกย้าย ปรับเปลี่ยน เอาความสามารถของพนักงานที่องค์กรต้องการไปยังจุดที่เหมาะสม ซึ่งจะเกิดขึ้นใน 3 ปีนับจากนี้ไป เราต้องตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเกมด้วยตัวเอง ต้องกล้าทดลอง เชื่อความคิดและเอาพลังความคิดของคนรุ่นใหม่ กล้าที่จะทำงานกับพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ หลังจากพูดอย่างนี้ ต่อให้หุ้นขึ้น ก็ไม่ดีใจ และถ้าหุ้นตก ก็จะอดทน ไม่งั้นเราไม่รอดแน่

ต่อไปองค์กรจะอยู่ได้ด้วยสมดุล เป็นที่รักของลูกค้า ส่งมอบผลประกอบการที่ดี แข่งขันระยะยาว เทคโนโลยีต้องสมดุล มีเสน่ห์กับลูกค้า มี Creativity

ถ้าไม่มีความสำเร็จจากนี้ไป ถ้า SCB เปลี่ยนไม่ได้ในปีนี้ ผมก็ออก

ใครเสนองานมาเป็นหน่วยปี ผมจะไม่ approve ระยะเวลาที่เสนอต้องเป็นวัน ถ้าเราสามารถทำได้ เชื่อมต่อสังคมด้วย Platform Digital เรามีทางออกแน่ ด้วยหัวใจอย่างดาต้าและเทคโนโลยี สาขาที่ยังมีอยู่ในอนาคตจะเป็นสาขาที่ใช้คนน้อยลงมากกว่าครึ่ง เราสาขาทั้งหมด 1,100 สาขา จะลดลงเหลือ 400 แห่ง และเปิดเป็นศูนย์บริการแห่งอนาคต เราจะใช้ขบวนการในการเคลื่อนย้ายคน

รายได้หลัก

ยังคงมาจากธุรกิจ 3 ส่วนหลัก คือ สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อเพื่อการบริโภค และการบริหารความมั่งคั่ง โดยเรื่องของ Wealth Management เรามีเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้มาก

เราต้องสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น โดยเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ ผ่านการจัดโครงสร้างบริการของธนาคารและบริษัทในกลุ่มทั้งหมด ซึ่งต้องเอื้อต่อการทดลองเรื่องใหม่ๆ เช่น เราได้ตั้ง ดิจิตัลเวนเจอร์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกทางด้านเทคโนโลยี และ เอสซีบี อบาคัส บริษัท Data Tech ที่ใช้นวตกรรมอย่างปัญญาประดิษฐ์หรือ AI รวมทั้งการแสวงหาพันธมิตรที่เราจะให้ความสำคัญอย่างมาก

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Ou-Kin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ three = 7

Recent Posts

Facebook