103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

4 เรื่องตกกระป๋องใน Digital Marketing ในปี 2018

posted by  4,555 views

การทำ Digital Marketing นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นักการตลาดต้องมีการต้องปรับตัวและติดตามข่าวสารของการเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นระยะ สิ่งที่เคยทำได้ในอดีต อาจจะไม่ได้ผลแล้วในปีนี้ นั้นทำให้นักการตลาดที่คิดว่าการตลาดจะไม่มีวันเปลี่ยนเลยหรือเทคนิคนี้จะใช้ได้ตลอดไปนั้นทำให้เมื่อทำตลาดจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก จากใช้เวลาหลายสิบปี ก็เหลือหลักปี จากหลักปีก็เหลือหลักเดือน

การเปลี่ยนแปลงทางการตลาดนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะผลพวงของการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นมา ทำให้การประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ของผู้บริโภคนั้นเกิดขึ้นเร็วอย่างมาก และทำให้สิ่งที่เคยใช้ได้กับอดีตที่ผ่านมา ใช้ไม่ได้ในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่เกิดขึ้นเพราะบริบทกับสิ่งแวดล้อมในการเติบโตนั้นแตกต่างอย่างมากในยุค 10-20 ปีที่ผ่านมานี้เอง และนี้คือ 4 เรื่องทางการตลาดที่ตกกระป๋องและควรเลิกทำแล้วในปีนี้

1. Mass Marketing : เมื่อ 10 กว่าปีก่อนหน้าการตลาดทุกอย่างต้องคิดถึง Marketing ที่สามารถทำ Single Message แล้วเข้าถึงทุกคนได้ หรือทำในรูปแบบความคิดที่ว่า Nationwide จะเข้าถึงอย่างไรขึ้นมา แต่ปรากฏว่าเมื่อ Internet เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะ Social Media ที่ให้พลังกับผู้บริโภคขึ้นมา ทำให้การทำการตลาดแบบเดิมที่นักการตลาดเป็นฝ่ายพูดแบบเดียวนั้นหมดยุคไป และต้องเริ่มทำความเข้าใจหรือรับฟังว่าผู้บริโภคต้องการอะไรมากขึ้น ซึ่งทำให้พบว่าผู้บริโภคแต่ละคนในยุคนี้มีความต้องการที่หลากหลายอย่างมาก และการสร้างสิ่งที่ตรงใจที่สุดกับผู้บริโภคอยากได้นั้นเองจะทำให้เกิดการขายได้มากที่สุด

4

ทั้งนี้สิ่งที่นักการตลาดควรทำคือการเริ่มทำ Buyer Persona ออกมาว่าผู้บริโภคของตัวเองนั้นมีกี่แบบ หรือมีความต้องการกี่แบบกันขึ้นมา เพื่อทำความเข้าใจมากขึ้นและสร้างเนื้อหาที่ตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มนี้ สร้าง Persornalized Marekting หรืออย่างน้อยก็ Segmentation Marketing ออกมา เพื่อให้การตลาดตัวเองนั้นได้ผลและปิดการขายได้ดีที่สุดขึ้นมานั้นเอง

2. หมดยุคตัวอักษรไม่มีรูป : ในอดีตนั้นนักการตลาดชอบทำ ข้อความยาว ๆ ออกมาเพื่อให้อ่านได้อย่างจุใจ แต่ปรากฏว่ายุคนี้ข้อความยาว ๆ ถ้าไม่ได้มีประโยชน์หรือเรื่องที่อยากรู้จริง ๆ กับผู้บริโภคแล้วละก็จะไม่มีการอ่านเลยทีเดียว เพราะการอ่านข้อความยาว ๆ ผ่านเครื่องมือยุคใหม่อย่างมือถือทำให้การอ่านนั้นยากจริง ๆ ขึ้นมา ทำให้นักการตลาดต้องปรับตัวในตอนนี้ แต่อย่าเพิ่งไปลดข้อความอย่างเดียว เพราะรูปนั้นก็มีผลอย่างมากเช่นกัน

Screen-Shot-2560-11-22-at-09.36.55

เพราะจาก Social Science Research Network พบว่า ผู้บริโภคในยุคนี้กว่า 65% เป็นการมองภาพเพื่อเรียนรู้ เราชอบดูรูปและวิดีโอต่าง ๆ แล้วจึงมาอ่านข้อความ มากกว่า อ่านข้อความอย่างเดียว รูปและวิดีโอส่งตรงเข้าไปสู่ความทรงจำของสมองมากกว่าข้อความและทำให้ผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์เพิ่มขึ้นนั้นเอง

3. หมดยุคเยอะๆ  : จากการศึกษาของ We are Social พบว่าคนใช้อินเทอร์เนตและเข้าถึงเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านออนไลน์มากกว่า 4 พันล้านคนแล้ว ซึ่งกลุ่มผู้ใช้เหล่านี้เป็นทั้งผู้เสพ Content และสร้าง Content ไปในตัว ทำให้ในอดีตที่มีกลุ่มคนไม่กี่คนที่ทำ Content ออกมา กลายเป็นว่ายุคนี้มีคนทำ Content กันมากมายทำให้ information ในยุคนี้เกิดภาวะ Overload และทำให้ผู้บริโภคในยุคนี้เกิดพฤติกรรมในการเลือกเสพ Content มากขึ้น โดยจะสนใจเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับตัวเองมากขึ้นไปอีก

fb_polls-700

ทำให้การทำ Content เยอะ ๆ ในยุคนี้แบบไม่มีคุณภาพนั้นไร้ประโยชน์อย่างมาก จากการงานวิจัยของนักวิจัยพบว่า ผู้คนนั้นไม่มีความสุขกับการที่เว็บหรือบล๊อกนั้นมีเนื้อหาที่ไม่ได้ประโยชน์ ไม่ตรงใจผู้อ่านและขาดความเป็นตัวเอง ทำให้ยุคนี้การคิดว่าจะทำ Content เยอะ ๆ แล้วดึง Traffic กลับมาไม่ได้ผล แต่ต้องเป็น Content  คุณภาพ หมดยุคปล่อยหมัดเยอะ ๆ หวังโดน มาเป็นการเล็งเป้าปล่อยหมัดน๊อค

4. หยุดเถอะ Pop up Ads หรือ Ads ที่ไม่ได้ตรงใจ : เมื่อหลายปีก่อน เราจะชอบเห็น Popup Ads หรือ Page Takeover ออกมา ซึ่งโฆษณาประเภทนี้หลาย ๆ คนคงรู้สึกน่ารำคาญและรบกวนสายตาเป็นอย่างมาก แต่นักการตลาดหลาย ๆ คนก็ยังชอบทำอยู่ เพราะคิดว่าจะดึงความสนใจจากผู้บริโภคมาได้ แต่จากปี 2016 ที่ผ่านมา google ประกาศจะทำการลงโทษเว็บไซต์หรือ Mobile Website ที่ใช้โฆษณา pop ups ที่ไม่ตรงหรือไม่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคขึ้นมา นั้นทำให้การทำ Popups Ads เหล่านี้ตกกระป๋องไป

adblock-ios1-700

ทั้งนี้ด้วยเรื่อง Personalised Marketing ทำให้โฆษณาในยุคนี้ต้องสร้างตามความชอบของผู้บริโภคด้วยและเปลี่ยนไปตาม Stage ความต้องการหรือสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังมองหาในแต่ละแบบขึ้นมา แทนที่จะเป็น Static Banner แบบเดียวในอดีต

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


eight + 8 =

Recent Posts

Facebook