103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

ทำธุรกิจอย่างไรให้เติบโตเกิน 100% ทุกปี! “LALAMOVE” กับ Key Success 3 ประการ “แพลทฟอร์ม-พาร์ทเนอร์-ผู้ส่งสินค้า”

posted by  948 views

credit : https://business.inquirer.net/235588/lalamove-becomes-top-mind-fast-dependable-deliveries

credit : https://business.inquirer.net/235588/lalamove-becomes-top-mind-fast-dependable-deliveries

เพราะความนิยมใน Food Delivery และ e-Commerce ทำให้ผู้คนรู้จักและคุ้นเคยกับบริการ Logistics มากขึ้น ผู้ให้บริการในประเทศไทยก็มีหลายรายตั้งแต่สเกลเล็ก-ใหญ่ ต่างปลุกกลยุทธ์การทำตลาดออกมาเรียกลูกค้าอย่างหลากหลาย ขณะเดียวกันก็ต้องขยายฐานผู้ขับ เพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าให้ทันใจทันท่วงทีและครอบคลุมพื้นที่หลากหลาย เรื่องเหล่านี้สอดคล้องกับทิศทางและการเติบโตของ LALAMOVE (ลาล่ามูฟ) ประเทศไทย ซึ่ง คุณชานนท์ กล้าหาญ กรรมการผู้จัดการ LALAMOVE ประเทศไทย บอกกับเราว่า “หากไม่นับรวมจีน ประเทศไทยถือเป็นอันดับ 1 ทั้งด้านรายได้และรอบการขนส่งต่อปี ซึ่งอยู่ในอันดับนี้ต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว”

ให้บริการ 4 ปี มูลค่าธุรกรรมใกล้ 2,000 ล้านบาท เติบโตเกิน 100%!!!

ตั้งแต่เปิดบริการในประเทศไทยราว 4 ปี LALAMOVE สร้างอัตราการเติบโตระหว่างปี 2558-2559 ถึง 500% คิดเป็นมูลค่าการทำธุรกรรม (ออเดอร์การจัดส่งสินค้า) 121 ล้านบาท และเติบโตอีกถึง 400% ในปี 2560 ด้วยมูลค่า 532 ล้านบาท ส่วนปี 2561 ก็ผ่านมาด้วยการเติบโตอีก 123% คิดเป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาท รวมแล้วตลอด 4 ปีที่ผ่านมา LALAMOVE โกยรายได้ไปแล้วกว่า 1,853 ล้านบาท พร้อมกับระยะทางให้บริการอีกกว่า 60 ล้านกิโลเมตร

Chanon Klahan

คุณชานนท์ เล่าถึงความสำเร็จของ LALAMOVE ว่า สถานการณ์เช่นนี้ถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการขยายธุรกิจและการพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราแตกต่างจากรายอื่น และสามารถแข่งขันในธุรกิจขนส่งแบบ On-Demand Delivery ซึ่งปัจจุบันมีผู้เล่นหลายราย ภายใต้จุดเด่นที่เราเน้นย้ำในเรื่องความสะดวกรวดเร็ว แอปพลิเคชันล้ำสมัย จำนวนพนักงานส่งสินค้าจำนวนมาก การค้นหาพนักงานส่งสินค้าและระยะเวลาในการให้บริการที่รวดเร็ว รวมถึงการพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้ทั้งความสะดวกและรวดเร็ว

“ภาพการเติบโตในไทย สะท้อนถึงคุณภาพของเราที่ปรับตัวและพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานของคนไทยได้ดี ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่าไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่แข็งแกร่ง แต่ตลาดที่มีโอกาสการเติบโตอีกมาก คือ อินโดนีเซีย แต่ก็เป็นประเทศที่มีการแข่งขันสูงและมีเจ้าตลาดอยู่แล้ว”

คุณชานนท์ เล่าถึงเป้าหมายทางธุรกิจในปีนี้ว่า จำนวนรอบการส่งสินค้าในแต่ละปีนั้น อาจบอกเป็นตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้แต่สามารถบอกได้ว่ามีจำนวนหลายสิบล้านออเดอร์ต่อปี (นับจากออเดอร์การใช้บริการ) ทำให้ปีนี้เราตั้งเป้ารายได้จากการทำธุรกรรมปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2,500-3,000 ล้านบาท

พาร์ทเนอร์ดีช่วยกระจาย “แบรนด์” ให้เป็นที่รับรู้ – “จัดส่งอาหาร” บริการยอดฮิต

“ต้องยอมรับว่าบริการ Food Delivery ที่คนเมืองนิยมใช้บริการ ทำให้ธุรกิจขนส่งสินค้ากลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมถึงการที่เราได้เป็นพาร์ทเนอร์กับ LINE MAN ซึ่งต้องยอมรับว่าหากไม่ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับ LINE MAN เราอาจไม่เติบโตเร็วเท่านี้ แต่อย่างไรก็ต้องยอมรับว่าการรับรู้ในแบรนด์ของเราอาจน้อยกว่าเมื่อเทียบกับรายอื่นในตลาด หากเป็นลูกค้ากลุ่มธุรกิจกว่า 80% อาจรู้จัก LALAMOVE เป็นอย่างดี ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคอาจมีเพียง 10% ที่รู้จักเรา  แต่ส่วนใหญ่จะรู้จักผ่าน LINE MAN มากกว่า”

lalamove 03

ปัจจุบัน LALAMOVE ให้บริการหลากหลาย ทั้งจัดส่งอาหาร, ส่งเอกสาร, ขนส่งสินค้า, บริการฝากซื้อ ซึ่งทำให้เราเข้าถึงลูกค้ากลุ่มคอนซูเมอร์มากขึ้นจากบริการ โดยสัดส่วนการขนส่งแบ่งเป็นลูกค้า C2C (ผ่าน LINE MAN) 50% และลูกค้า C2C (ผ่าน LALAMOVE) 50% ซึ่งบริการจัดส่งอาหารถือเป็นบริการที่มียอดการใช้งานสูงสุดราว 50-60%

คุณชานนท์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในปีนี้เราจะให้ความสำคัญกับพาร์ทเนอร์กลุ่มเอ็นเตอร์ไพร์ซและเชน เรสเตอร์รองมากขึ้น เพื่อเพิ่มการเป็นที่รู้จักและเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง ขณะเดียวกัน ก็ยังให้ความสำคัญกับกลุ่ม SME ที่เราเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างการเติบโตจากการขนส่งสินค้า รวมถึงกลยุทธ์ขยายการรับรู้ในแบรนด์ LALAMOVE ตั้งเป้าขยายความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในหลากหลายธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างการรับรู้ในชื่อ LALAMOVE พร้อมด้วยการทำโฆษณาให้มากขึ้น และมอบยูนิฟอร์มให้ผู้ขับเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้และจดจำในแบรนด์ขณะขับขี่บนท้องถนน เป็นต้น

ผลักดันรูปแบบ-บริการใหม่ ฝ่ามรสุม On-Demand Delivery ในไทยแข่งเดือด

ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ให้บริการลักษณะเดียวกับ LALAMOVE ได้แก่ Grab Express, SKOOTAR Deliveryและ GET ส่วนรายที่หายไปจากตลาดแล้ว ได้แก่ Uber Eats และ Now เรื่องนี้ คุณชานนท์ กล่าวถึงความท้าทายในการทำธุรกิจ On-Demand Delivery ว่า ที่ผ่านมาเราดำเนินธุรกิจแบบมองตัวเองเป็นหลัก แต่ละปีเรามีความสำเร็จเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนลูกค้า จำนวนผู้ขับที่ต้องการร่วมงานมากขึ้นทุกปี ทำให้เราใส่ใจคุณภาพการให้บริการเป็นหลัก เพื่อรักษามาตรฐานงานบริการ โดยปัจจุบันระบบของเราสามารถค้นหาพนักงานส่งสินค้าได้ภายใน 6 วินาที ถึงผู้ส่งเร็วที่สุดใน 18 นาที และถึงมือผู้รับเร็วที่สุดใน 20 นาที รวมถึงระยะเวลาในการให้บริการทั้งหมดเร็วที่สุด 38 นาที

Lalamove 02

ปัจจุบัน LALAMOVE มียอดดาวน์โหลดแอปในประเทศไทย 2.5 ล้านราย โดยเปิดให้บริการอยู่ใน 10 เมืองหลัก ของ 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอีก 100 เมืองในประเทศจีน

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ LALAMOVE วางแผนพัฒนาธุรกิจและขยายพื้นที่ให้บริการมากขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อ API เข้ามาเป็นตัวช่วยในการให้บริการสำหรับร้านค้าและพาร์ทเนอร์ ทำให้สามารถสร้างแพลทฟอร์มการสั่งและส่งสินค้าแก่ร้านค้าออนไลน์ได้เองอย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาแอปพลิเคชันและเว็บไซต์โฉมใหม่เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบาย การขยายพื้นที่ให้บริการไปยังภูมิภาคอื่นโดยเฉพาะจังหวัดหัวเมือง พร้อมด้วยการเพิ่มรถให้บริการขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุกและรถบรรทุก 6 ล้อ สำหรับการขนส่งสินค้า รวมถึงการจัดส่งสินค้าแบบ LTL และส่งภายในวันเดียวกัน (Same Day Delivery) อีกด้วย

หวังสร้างเครือข่ายผู้ขับ 240,000 คน เข้าสังคม LALAMOVE

“ตอนนี้เรามีผู้ขับทั้งหมด 80,000 คัน พร้อมให้บริการทั้งรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ และรถกระบะ ซึ่งผู้ขับมอเตอร์ไซค์มีสัดส่วนมากที่สุด ซึ่ง 70-80% ของผู้ขับมอเตอร์ไซค์เป็นกลุ่มแมสเซ็นเจอร์ ซึ่งปีที่ผ่านมาจำนวนผู้ขับเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่าตัว ปีนี้เราจึงหวังให้มีผู้ขับในระบบเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าตัว เพื่อให้เพียงพอต่อการให้บริการในอนาคต จากปัจจุบันที่ผู้ขับ LALAMOVE รับงานตั้งแต่ 1 งานต่อวัน จนถึงเกณฑ์เฉลี่ย 15-20 งานต่อวัน ซึ่งเป้าหมายการเพิ่มผู้ขับจำนวนมากในปีนี้ นอกจากเราจะให้บริการลูกค้าได้มากขึ้นแล้ว เชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นให้ผู้ขับที่อยู่ในระบบเดิมมีความแอคทีฟมากขึ้น”

จุดเด่นของผู้ขับของ LALAMOVE คือ การเป็นพนักงานอิสระ ซึ่งบริษัทมีพนักงานประจำเพียง 100 คน ที่ทำงานในส่วนปฏิบัติการและบริการ ส่วนจำนวนผู้ขับที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายเท่าตัวในแต่ละปีนั้น เชื่อว่ามาจากการที่บริษัทมอบหมายงานให้กับผู้ขับตามความเป็นจริง ทุกคนมีโอกาสได้รับงานจากออเดอร์ที่เกิดขึ้นจริง ส่วนรายได้จากการขนส่งสินค้านั้น บริษัทก็ดำเนินการอย่างเหมาะสมแม้จะหมดช่วงโปรโมชั่นแรกเข้าของการเป็นผู้ขับ ทั้งยังมีรีวอร์ด และทีมหลังบ้านคอยให้คำแนะนำ ดูแลผู้ขับอีกด้วย

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE OFFICIAL ACCOUNT แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เมื่อโลกไม่เคยหยุดหมุน เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้... ชวนคุณมาทำความรู้จักหลากหลายเรื่องราว ทั้งสาระและสีสันบนโลกดิจิทัลไปพร้อมกัน

User Name: Ms.นกยูง

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 1 = nine

Recent Posts

Facebook