103.58.148.118

Consumer insight

Ξ Leave a comment

ผลสำรวจชี้ เด็ก 77% เลือกใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่าการดูทีวี

posted by  1,027 views

 

shutterstock_475226806-700

TotallyAwesome เผยผลการศึกษาพบว่า การใช้โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตเป็นที่นิยมมากในหมู่เด็กๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประกอบกับการที่เด็กๆ มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในการตัดสินใจซื้อสินค้าของพ่อแม่ การลงโฆษณาสินค้าเด็กในโลกอินเตอร์เน็ตจึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่จะสร้างความนิยมจากเด็กได้อย่างมหาศาล รายงานข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดสำหรับเด็กในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกฉบับล่าสุดของ TotallyAwesome ปี 2016-2017 เปิดเผยว่าการใช้แพลตฟอร์มแบบบูรณาการ (integrated cross-platform) คือวิธีที่ดีที่สุดในการเข้าถึงและดึงดูดความสนใจเด็กในภูมิภาคนี้

“ในขณะที่การบริโภคสื่อออนไลน์และสื่อจากโทรศัพท์มือถือของเด็กใน APAC มีอัตราพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเรามองลึกลงไปถึงการบริโภคสื่อของเด็กในแต่ละกลุ่มอายุ ตลอดจนความสำคัญของการใช้งานแบบหลายหน้าจอ (multiple screens) ทำให้เราสามารถเข้าใจถึงวิธีการทางการตลาดและสามารถขับเคลื่อนแคมเปญที่สอดคล้องและมีประสิทธิภาพ” Quan Nguyen ซีอีโอ ของบริษัท TotallyAwesome กล่าว

จากการสำรวจพบว่าเด็กส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะเข้าถึงสมาร์ทโฟนได้มากกว่าโทรทัศน์ จากการเก็บข้อมูลในประเทศ 7 ประเทศของภูมิภาคนี้ 5 ใน 7 ประเทศ พบว่า 95% ของครอบครัวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสมาร์ทโฟนใช้ที่บ้าน

สมาร์ทโฟนและทีวีเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน 58% ของเด็กในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนและใช้สมาร์ทโฟนหลายครั้งต่อวันเช่นเดียวกันกับการดูทีวี นอกจากนี้ 44% ของเด็กสามารถเข้าถึงแท็บเล็ต ก็มีการใช้งานแท็บเล็ตหลายครั้งต่อวัน
1
ความนิยมในการใช้สื่อดิจิตอลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหมู่เด็ก ๆ ในภูมิภาคนี้ หากต้องเลือกระหว่างอินเตอร์เน็ตกับทีวี 77% จะเลือกใช้อินเตอร์เน็ต โดยการเลือกที่จะใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่าช่องทางอื่นๆ นั้นมีการเติบโตขึ้นในทุกปี โดยในปี 2016 เติบโตขึ้น 11% จากปี 2015 ที่มีการเลือกที่จะใช้อินเตอร์เน็ตอยู่ที่ 66%

การเข้าถึงของอินเตอร์เน็ตมีสูงกว่าทีวีในกลุ่มเด็กในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากการสำรวจสอบถามบรรดาผู้ปกครอง สรุปได้ว่าเด็กใช้เวลาเฉลี่ยในการใช้อินเตอร์เน็ตในวันปกติที่ต้องไปโรงเรียนประมาณ 2 ชั่วโมง 54 นาที มากกว่าการใช้เวลาในการดูทีวีถึง 24 นาที

2

เด็กใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์ในแต่ละวันเพิ่มขึ้นอย่างมากตามอายุของเด็ก โดยเด็กอายุ 12-14 ปี ใช้เวลาในโลกออนไลน์ประมาณ 3-5 ชั่วโมงในวันธรรมดา และเกือบ 4-5 ชั่วโมงในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเด็กอายุ 6-8 ปี ที่อยู่ในโลกออนไลน์วันละ 2.5-3 ชั่วโมงต่อวัน โฆษณาออนไลน์จึงมีความสำคัญมากต่อเด็กๆ โดยเป็นประตูให้เด็กที่อยู่ในประเทศกลุ่ม APAC ที่มีอายุมากขึ้นได้ค้นพบกับ content ใหม่ๆ ที่พวกเขาสนใจ

เด็กอายุ 12-14 ปี พบของเล่นใหม่ๆ ที่มีการโฆษณาทางออนไลน์มากถึง 24% เมื่อเทียบกับเด็กวัย 6-8 ปี ที่ค้นพบของเล่นใหม่ผ่านการโฆษณาออนไลน์ที่ 17%

3

จากการศึกษายังพบว่าเด็กในภูมิภาคนี้มีความสามารถในการโน้มน้าวและมีอิทธิพลต่อพ่อแม่ในการพาไปซื้อสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเห็นจากโฆษณาออนไลน์ กว่าครึ่งของบรรดาผู้ปกครองกล่าวว่าได้ซื้อสินค้าที่เด็กต้องการหลังจากที่เด็กเพิ่งได้เห็นสินค้าทางออนไลน์

โฆษณาทางทีวีและโฆษณาดิจิตอลกระตุ้นให้เกิดการรบเร้าจากเด็กโดยตรงต่อผู้ปกครองของตนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้พวกเขาค้นหาข้อมูลมากขึ้นและจุดประกายบทสนทนากับผู้ปกครองเกี่ยวกับ ตัวผลิตภัณฑ์และสิ่งที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น วิธีใช้แพลตฟอร์มแบบหลายแพลตฟอร์มจึงเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนการค้นพบตัวสินค้าในหมู่เด็กๆ และเป็นการสร้างธุรกิจให้มีการเติบโตได้ดี

4

“ข้อมูลของเราทำให้บริษัทต่างๆสามารถกำหนดกลยุทธ์และสร้างแคมเปญทางการตลาดให้น่าสนใจโดยใช้วิธีการโฆษณาแบบหลากหลายอุปกรณ์ (multi-screen) โดยบูรณาการระหว่างการใช้ทีวีและดิจิตอลให้มีการประสานไปด้วยกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและดึงดูดให้เด็กได้เข้ามามีส่วนร่วมใน touchpoints ต่างๆ” ซีอีโอของ Totally Awesome กล่าว

นอกจากนี้เขายังเสริมอีกว่า “ในฐานะที่ Totally Awesome เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำในการทำให้เกิดการเข้าถึงและมีส่วนร่วมในโลกดิจิตอลสำหรับเด็กและครอบครัวที่ใหญ่และมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Totally Awesome จึงยินดีเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ที่ต้องการใช้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อบรรลุเป้าหมายที่มีประสิทธิผลกับตลาดเป้าหมายของตน”

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


six + 3 =

Recent Posts

Facebook

PR News