แตกเพื่อโต! “MUJI” มีแผนเปิด “Café & Meal MUJI” ในไทย คาดสาขาแรก “สามย่านมิตรทาวน์”

  • 1.9K
  •  
  •  
  •  
  •  

cafe & meal muji

ตามยุทธศาสตร์ธุรกิจของ “Ryohin Keikaku” เจ้าของแบรนด์ “MUJI” ต้องการสร้างการเติบโตทั้งตลาดในประเทศญี่ปุ่น ควบคู่กับการรุกตลาดนอกญี่ปุ่นมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2020 จะมีสาขา “MUJI” (ทั้ง MUJI ดั้งเดิมที่จำหน่ายเสื้อผ้า-ของใช้ส่วนบุคคล-ของใช้ภายในบ้าน-เครื่องครัว-การเดินทาง และ Café & Meal Muji) และแบรนด์อื่นในเครือ รวมไม่ต่ำกว่า 1,200 สาขา (ในญี่ปุ่น 502 สาขา – นอกญี่ปุ่น 698 สาขา)

เมื่อเจาะลึกในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมี 3 ประเทศที่เข้าไปลงทุน คือ สิงคโปร์, มาเลเซีย และไทย

สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นการลงทุนโดย Ryohin Keikaku จากญี่ปุ่น 100% ขณะที่ “ประเทศไทย” เป็นโมเดลร่วมทุนระหว่าง Ryohin Keikaku กับ เซ็นทรัล จัดตั้ง “บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด” ทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2555 ถึงวันนี้คนไทยรู้จัก และคุ้นเคยกับแบรนด์ “MUJI” ที่มีเอกลักษณ์ในความมินิมอลมากขึ้น

MUJI Locations
Photo Credit : Ryohin-keikaku
MUJI Locations
Photo Credit : Ryohin-keikaku

เส้นทางในวันนี้ของ “MUJI ประเทศไทย” กำลังเดินมาถึงจุดที่เรียกว่า “แตกเพื่อโต” นั่นคือ Diversify จากการเป็น Chain Retail จำหน่ายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ของใช้ส่วนบุคคล ของใช้ภายในบ้าน เครื่องครัว ไปยังธุรกิจอื่นที่มีโอกาสมหาศาลมากขึ้น

ธุรกิจที่มีศักยภาพ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำเข้ามาในประเทศไทย คือ ธุรกิจร้านอาหาร และเครื่องดื่ม “Café & Meal MUJI” 

คาดการณ์ว่า “Café & Meal MUJI” สาขาแรกอยู่ที่โครงการสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งเป็นโครงการ Mixed-use Development ที่พัฒนาโดย “โกลเด้นแลนด์” (Golden Land) โดยคาดว่าจะอยู่ในโซนรีเทลของโครงการฯ (สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมเปิดให้บริการในเดือนกันยายน ปี 2562) 

Cafe and Meal Muji

ดังจะเห็นได้จากในหน้า Facebook Page “MUJI Thailand” ได้ประกาศรับสมัครพนักงาน ตำแหน่งใหม่ที่เปิดรับเป็นครั้งแรกในไทย คือ “Barista” (บาริสต้า) ถึงแม้ในโพสต์ประกาศรับพนักงานระบุสถานที่ว่า “สาขาใหม่ ใกล้ MRT สามย่าน” ก็ตาม แต่คาดได้ว่าน่าจะเป็นที่ “โครงการสามย่านมิตรทาวน์” ที่มีแผนเปิดให้บริการเดือนกันยายน 2562 นี้

ทั้งนี้คอนเซ็ปต์ “Café & Meal MUJI” เป็นร้านจำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่ม รองรับทั้งมื้อหนัก ของว่าง และขนมหวาน ที่ยังคงยืนอยู่บน Brand Essence ของความเป็น MUJI นั่นคือ ความเรียบง่าย หรือ Minimal Style และมีจุดขายคือ เมนูอาหารที่ทำจากผักหลากหลายชนิด และวัตถุดิบธรรมชาติ โดยตัวเลขสาขา ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2018 มีสาขาในญี่ปุ่น 26 สาขา และนอกญี่ปุ่น 17 สาขา

MUJI Barista MUJI Recruit

 

(วิเคราะห์) ทำไม “MUJI” สนใจลงทุนธุรกิจ Food & Beverage ในไทย

หนึ่งในธุรกิจที่ยังคงเติบโตต่อเนื่องในประเทศไทย คือ “ธุรกิจร้านเครื่องดื่ม และอาหาร” (Food & Beverage Restaurant / Café) เนื่องจากมีปัจจัยบวกรอบด้าน ได้แก่

– มูลค่าธุรกิจกว่า 400,000 ล้าน เย้ายวนให้ใครๆ ก็อยากเข้ามา!

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เคยประมาณการณ์ว่ามูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารในปี 2561 อยู่ที่ 411,000 – 415,000 ล้านบาท ขยายตัว 4 – 5% จากปี 2560 และด้วยมูลค่าตลาดกว่า 400,000 ล้านบาทต่อปี ได้ดึงดูดให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรายใหม่เข้าสู่ตลาดธุรกิจร้านอาหารในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยณ สิ้นปี 2560 มีจำนวนผู้ประกอบการร้านอาหารที่จดทะเบียนนิติบุุคลรวม 12,630 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จาก ณ สิ้นปี 2559

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการร้านอาหารรายเดิมในตลาดยังขยายการลงทุน ทั้งในรูปแบบการพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารขึ้นมาใหม่เอง รวมถึงการซื้อแฟรนไชส์จากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

– ทุกวันนี้อาหารการกิน เป็นส่วนหนึ่งของ “ไลฟ์สไตล์” ของคนไทย โดยเฉพาะในสังคมเมือง

– ปัจจุบันคนใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ทำให้เกิดร้านอาหาร – เครื่องดื่มมากมาย ทั้งที่เป็นธุรกิจ Chain Restaurant / Café และผู้ประกอบการ SME

– ในประเทศไทย เกิดการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์อีกหลายประเภทเป็นจำนวนมาก เช่น โครงการ Mixed-use Development หนึ่งในนั้นคือ พื้นที่รีเทล ซึ่งปัจจุบันส่วนผสมภายในศูนย์การค้า หรือรีเทล ประมาณ 30% ขึ้นไป เป็น “ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม”

– คนไทย สนุกกับการรับประทาน ทำให้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหาร เป็นค่าใช้จ่ายมากสุดที่คนไทยใช้จ่าย

จากผลวิจัยของ “Euromonitor” ที่ได้ทำการศึกษาค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทย ในปี 2560 มีมูลค่ากว่า 8.8 ล้านล้านบาท ครอบคลุมสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าบ้าน, ค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิงและการพักผ่อน, ค่าเครื่องดื่มทั้งแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ ฯลฯ

ในบรรดาค่าใช้จ่ายทั้งหมด พบว่า “ค่าใช้จ่ายด้านอาหาร” เป็นสิ่งที่คนไทยใช้จ่ายมากที่สุด ด้วยมูลค่า 1.8 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 21.2%

จากปัจจัยดังกล่าว กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทำให้ “MUJI” ในไทยสนใจขยับขยายธุรกิจ เพื่อสร้าง Business Portfolio ในประเทศไทยให้มีมากกว่าการเป็น Retailer จำหน่ายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ของใช้ส่วนบุคคล ของใช้ภายในบ้าน และการเดินทางต่างๆ มาสู่การเปิดธุรกิจใหม่

food and restaurant

 

ส่องผลประกอบการ “MUJI ประเทศไทย” ย้อนหลัง 

ย้อนหลังกลับไปดูผลประกอบการของ “บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด” ย้อนหลัง (ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) พบว่า

ปี 2555 เป็นปีแรกของการจัดตั้งบริษัทฯ อยู่ในสภาวะขาดทุนที่ 393,030 บาท
ปี 2556 กำไร 25,669,790 บาท
ปี 2557 กำไร 36,984,912 บาท
ปี 2559 กำไร 92,491,415 บาท
ปี 2560 กำไร 71,245,295 บาท
ปี 2561 กำไร 79,799,822 บาท

ต้องรอติดตามกันต่อว่าโฉมร้าน “Café & Meal MUJI” สาขาแรกในไทยจะเป็นอย่างไร จะยกเอาฟอร์แมตขนาดใหญ่ หรือขนาดย่อมเข้ามา อีกไม่นานเกินรอ !!!

Cafe and Meal MujiCafe and Meal Muji Cafe and Meal MujiCafe and Meal Muji Cafe and Meal Muji Cafe and Meal MujiCafe and Meal Muji Cafe and Meal Muji

 

Photo Credit : MUJI (SINGAPORE)


  • 1.9K
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ
Top