103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

7 วิธีในการ Optimise ให้ CTA สุดเจ๋ง

posted by  399 views

สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เกิดการกดปุ่มไม่ว่าจะเป็นกดซื้อของ ลงทะเบียน เรียนรู้เพิ่มเติม หรือกดมายังเว็บไซต์ต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้นจากสิ่งที่เรียกว่า Call To Action (CTA) ที่เป็นตัวกระตุ้นที่จะทำให้ผู้บริโภคนั้นรู้ว่าต้องทำอะไรต่อไปหลังจากนี้หรือกดแล้วจะได้อะไรต่อ การที่จะสามารถเพิ่มอัตราการกดปุ่มนี้ได้นั้นคือการที่รู้วิธีที่จะ Optimise ปุ่ม Call To Action เหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดผลต่าง ๆ ที่สำคัญตามมา ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย ยอดคนลงทะเบียน การเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือแม้แต่เรื่องง่าย ๆ อย่าง CTR

Screen Shot 2561-08-23 at 20.12.36

CTA นั้นจัดได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เป้าหมายสุดท้ายทางการตลาดของคุณนั้นได้ผลหรือไม่ได้ผลด้วยกัน ในองค์กรอย่างเช่นพวก e-Commerce ทั้งหลายการทำ CTA ให้เจ๋งที่สุดเรียกได้ว่าคอขาดบาดตายเลยทีเดียว เพราะสามารถจะเปลี่ยนยอดขายในรายวินาทีได้เลย อย่างที่ Netflix เองผมเคยไปฟังว่า ดีไซเนอร์ที่นั้นต้องดีไซน์ปุ่ม CTA เหมือน ๆ กันกว่า 300-1000 รูปแบบหรือทำเป็นสีใกล้เคียงกันออกมาเป็นร้อยสี จนดีไซน์เนอร์นั้นทนไม่ได้ลาออกไป เพราะไม่สามารถที่จะทำงานซ้ำ ๆ ในการทำการปรับแต่ง CTA นี้ให้ดีที่สุด แต่เชื่อมไหมว่าการลงทุนทำแบบนี้นั้นคุ้มมากที่จะทำให้คุณสามารถหาว่าอะไรนั้นได้ผลมากที่สุดในการที่จะทำให้เป้าหมายทางการตลาดนั้นบรรลุผลขึ้นมา ซึ่งวันนี้เราจะมารู้จักวิธีปรับแต่ง CTA ให้ได้ผลสุดเจ๋ง 7 รูปแบบด้วยกัน

1.  Craft ปุ่ม CTA : วิธีการนี้เป็นวิธีการเบื้องต้นในการที่จะ Optimise CTA ขึ้นมานอกจากเรื่องฟอนท์ สี  ขนาด ภาพ และรูปแบบ นั้นคือการปรับแต่งด้วยการปรับแต่งปุ่มให้มีความเรียบง่ายแต่น่าสนใจมากที่สุด ตัวอย่างเช่นการทำปุ่มที่จะกระตุ้นคนให้ลองใช้งาน แทนที่จะ มใช้ปุ่มและ Copy บนปุ่มที่บอกว่า “กดเพื่อลงทะเบียนลองใช้ฟรี 14 วันกับผลิตภัณฑ์เรา” ปุ่มแบบนี้มีความซับซ้อนและทำให้ผู้บริโภคไม่สนใจมากเมื่อเทียบกับข้อความบนปุ่มง่าย ๆ เช่น “เริ่มทำลองใช้งาน 14 วัน” ดังนั้นลองไปดูว่า CTA ของคุณนั้นกำลังทำอะไรที่ควรจะเป็นความเข้าใขง่าย ๆ ให้กลายเป็นเรื่องยาก ๆ รึเปล่า ลองทำกลับไปให้ง่ายที่สุดดู

2. สีนั้นจับความสนใจ : ผมเคยได้ยินคนที่ Agoda นั้นเคยลองทดสอบเรื่องการใช้สีกับปุ่ม CTA ในการจองที่พักในเว็บไซต์ และพบว่าการใช้สีนั้นมีผลอย่างมากที่จะทำให้คนนั้นจองเร็วขึ้นหรือน้อยลงไปอย่างทันที ดังนั้นการใช้สีนั้นเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการที่จะทำให้ CTA นั้นกระตุ้นให้คนอยากกดปุ่มขึ้นมา หรือดึงดูดความสนใจของคนที่เป็นเป้าหมายของคุณ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย British Columbia ได้เคยทำการทดลองจิตวิทยาของสี และพบว่าสีฟ้านั้นช่วยในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ส่วนสีแดงนั้นเพิ่มความจำกับความสนใจ ด้วใยงานวิจัยตัวนี้นักการตลาดสามารถเอา จิตวิทยาของสี นั้นมาใช้ในการออกแบบปุ่ม CTA  ให้มีความน่าสนใจได้

Screen Shot 2561-08-24 at 10.05.56

3. ใช้ความเร่งด่วนในการกด CTA : มนุษย์นั้นมีความอ่อนไหวอย่างมากต่ออะไรที่กระตุ้นให้กดดันหรือรู้สึกที่จะเสียประโยชน์ ทำให้เมื่อรู้สึกต่อเหตุการณ์ดังกล่าวมนุษย์จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบโดยการคว้าโอกาสไว้ทันที เช่นเดียวกันการสร้างความรู้สึกเร่งด่วนลงไปใน CTA นี้จะช่วยกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายนั้นรู้สึกว่า ต้องรีบกดเพื่อเอาไวส้ก่อน เพราะกลัวจะเสียโอกาสต่อไป เช่นการทำปุ่มที่บอกว่า ลงทะเบียนตอนนี้ รับส่วนลดไปเลย XXX% หรือ สมัครวันนี้เล่นฟรี 14 วัน หรือ ลงทะเบียนรับตัวอย่างฟรี การใช้ CTA พวกนี้กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายนั้นมากดได้เพิ่มขึ้นตามกลยุทธ์ทางการตลาดที่วางเอาไว้

4. ใช้คำ Action ต่าง ๆ มาช่วย : สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในการตลาดทุกครั้งคือ อย่าคิดว่าผู้บริโภคนั้นจะรู้เหมือนเรา ดังนั้นหลาย ๆ ครั้งผู้บริโภคอ่าน Content จบแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อ การมี CTA ที่เป็นคำกิริยา Action ต่าง ๆ กัน จะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภครู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป ไม่ว่าจะเป็น Get, Now, Visit, Learn พวกนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการกดขึ้นได้อย่างมาก อย่าสร้างปุ่มที่สร้างภาวะการผูกมัดหรือทำให้รู้สึกโดนบังคับเพราะผู้บริโภคจะไม่อยากกดปุ่มพวกนี้

Screen Shot 2561-08-24 at 10.06.54

5. Personalise Call To Action : มีคนทำได้ทำการทดลองว่าปุ่มที่มีความ Personalise นั้นได้ผลอย่างไร โดยทำการทดลองให้คนมาดาว์นโหลดหนังสือ กลุ่มแรกจะมี CTA บอกว่า “Get My Book” กลุ่มที่สองจะได้ CTA บอกว่า “Get your Book” ผลที่ได้นั้นน่าสนใจอย่างมาก เพราะพบว่ากลุ่มคนที่ได้ CTA “Get My Book” นั้นมี CTR เพิ่มขึ้นมากกว่า 90% ในขณะที่ “Get My Book” นั้นมีอัตรา CTR น้อยลงไป 35% เมื่อเทียบกับกลุ่ม Control ทั้งนี้ถ้าอยากให้ปุ่มตัวเองมีคนกดเยอะขึ้น การเอาไปทำเป็น Personalise แบบนี้ก็ไม่เลว

6. บอกผลประโยชน์ให้ชัด : สิ่งหนึ่งที่ช่วยทำให้ CTA นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมากคือการสร้าง CTA ที่มีการบอกผลประโยชน์ให้แน่ชัดว่ากดแล้วจะได้อะไร หรือมีผลอย่างไร เพราะด้วยจิตวิทยาของคนนั้นจะไม่กล้ากดปุ่มที่ไม่รู้ผลกระทบ หรือรู้สึกถูกบีบบังคับในเงื่อนไขต่าง ๆ การบอกผลประโยชน์ที่จะได้จากการกดปุ่มอย่างเฉพาะเจาะจงจะช่วยทำให้เกิด comfort zone ในกลุ่มเป้าหมายจนไว้ใจและยินยอมที่จะกดปุ่มลองดู

calls-to-action-that-convert-inspiration

7. ตำแหน่งปุ่ม : สุดท้ายสิ่งที่จะช่วยในการทำให้ CTA นั้นได้ผลอย่างมากคือการวางตำแหน่งของปุ่มให้เกิดความน่าสนใจและทำให้เกิดการกดสูงสุด จากการทำลองของ  Content Verve พบว่าการที่ CTA อยู่ด้านลองของเนื้อหานั้นสามารถเพิ่มอัตราการกดได้ 304% แต่ก็ไม่แน่เสมอไปเพราะมีนักวิจัยได้ลองตำแหน่งบนสุดก็เห็นว่ามีอัตราการเพิ่ม CTR เช่นกัน ดังนั้นการทำตำแหน่ง CTA ที่ดีขึ้นอยู่กับเนื้อหาของสินค้าและบริการที่อยากจะให้ผ่าน CTA นั้น ๆ ด้วย นักการตลาดควรจะทดลองหาตำแหน่งที่เหมาะที่สุดที่ CTA จะได้ผลมากที่สุดออกมา

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


7 + eight =

Recent Posts

Facebook