สร้าง Content E-commerce ไม่พัง ด้วยการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

การทำ E-commerce ในตอนนี้นั้น นบว่ามีความจำเป้นอย่างมากสำหรับการทำการตลาดในปัจจุบัน ด้วยการที่ผู้บริโภคนั้นถูกจำกัดการเดินทางหรือไม่กล้าที่จะเดินทางออกมา การเลือกซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ผ่านทางออนไลน์นั้นกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ซึ่งหลาย ๆ แบรนด์จากที่ไม่เคยทำการขายเลยในออนไลน์ต่างต้องปรับตัวมาขายออนไลน์ในตอนนี้ และเพื่อที่จะทำให้การขายออนไลน์โดยฌแพาะ E-commerce นั้นได้ผล การหลีกเลี่ยงการทำ Content ที่ผิดพลาดนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก 

เพราะด้วยการมี Content ที่ดีนั้นสามารถสร้งผลกระทบไปสู่การขายได้อย่างมหาศาลสร้างความแตกต่างระหว่างแบรนด์คุณกับแบรนด์คู่แข่งต่างๆออกจากกันได้ทันทีด้วยการมี Content ดีๆจะสามารถสร้างประสบการณ์ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างดีในการให้ข้อมูลและคำตอบที่ต้องการในการซื้อซึ่งด้วยการมีเนื้อหาที่ดีแล้วจะสามารถช่วยสร้างการขายได้ถึง 2-4 เท่าเลยทีเดียวการเขียนที่ดีในการทำ E-commerce นั้นต้องทำให้เกิดการกระตุ้นอารมณ์ของผู้ซื้อและสร้างแรงขับไปสู่การซื้อสินค้าได้ตัวอย่างเช่นแบรนด์Invesp นั้นสามารถสร้าง conversion rate กว่า 90% ได้ ผ่านการใช้ Copy writing ใน E-commerce ซึ่งถ้าสามารถหลีกเลี่ยงการเขียนไม่ดีได้ ก็สามารถสร้างเนื้อหาที่ดี ๆ ในการเร่งการขายได้เลย ซึ่งในบทความนี้จะมีตัวอย่างที่ไม่ควรทำ 5 ตัวอย่างด้วยกัน

1. เน้นที่คุณสมบัติสินค้ามากเกินไปตัวอย่างนี้ง่ายๆเลยคือตัวอย่างคลาสิกของการทำ Content Marketing ที่ผิดพลาดที่นักการตลาดหรือผู้ขายเอาแต่เล่าสินค้าของตัวเองพยายามนำเสนอสินค้าตัวเองจนมากเกินไปว่ามีคุณสมบัติต่างๆอะไรบ้างซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้บริโภคหรือคนที่สนใจนั้นไม่ได้สนใจในคุณสมัติของสินค้ามากเท่าไหร่แต่สนใจว่าสินค้านั้นกำลังจะมาช่วยแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นจนต้องมามองหาสินค้ายังไงขึ้นมาคุณสมบัติของสินค้านั้นจึงเป็นเรื่องรองมาทันทีดังนั้นสิ่งที่คนที่จขะขาย e-commerce ต้องทำในการทำเนื้อหาคือการนำเสนอว่าสินค้าและบริการนั้นจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาหรือทำให้ผู้บริโภคได้อย่างไรขึ้นมา 

2. ไม่มีความเฉพาะเจาะจงการไม่มีความเฉพาะเจาะจงนั้นหรือเขียนเนื้อหาเหมือนคนทั่วๆไปทำให้สินค้าและบริการของคุณนั้นไม่มีความแตกต่าวจากคนอื่นนอกจากนี้ยังทำให้เกิดความน่าเชื่อถืออีกด้วยสิ่งที่คุณต้องมีในการทำ E-commerce คือความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าและบริการของคุณขึ้นมาว่าดีกว่าคนอื่นอย่างไรและมีความน่าเชื่อถืออย่างไรขึ้นมาหรือใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการบรรยายสินค้าของคุณขึ้นมานั้นเอง 

3. เนื้อหาไม่มีการเรียบเรียงและอัดแน่นเกินไปตัวอย่างง่ายๆคือการยัดเยียดข้อมูลที่ต่างๆลงไปโดยไม่ได้เรียบเรียงข้อมูลต่างๆให้ดีค่อยๆให้ข้อมูลผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายให้คล้อยตามข้อมูลต่างๆที่ใส่ลงไปนอกจากนี้ยังจำเป็นต้องมีการเลือกข้อมูลที่จำเป็นในการนำเสนอว่าอยากจะเสนออะไรไม่เสนออะไรเพราะไม่ใช่ทุกข้อมูลที่จะจำเป็นต่อกลุ่มเป้าหมายนอกจากนี้การนำเสนอข้อมูลที่ดีไม่ควรจะเป็นการเป็นเนื้อหาที่ยาวต่อๆกันแต่เป็นการนำเสนอด้วยรูปแบบต่างๆเช่นเป็นหัวข้อใส่ย่อหน้าหรือเนื้อหาสั้นๆแทน 

4. ไม่มีข้อมูลยืนยันส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำ E-commerce ผิดพลาดได้อย่างมากคือการไม่มีข้อมูลมาสนับสนุนการขายหรือข้อมูลมายืนยันว่าทำไมต้องมาซื้อสินค้านั้นๆสิ่งหนึ่งที่ควรมีให้คือการมีข้อเท็จจริงข้อมูลที่ยืนยันว่าเป็นความจริงมานำเสนอเพื่อทำให้เกิดการชักจูงในส่วนเหตุผลขึ้นมาซึ่งกระบวนการใช้ข้อมูลนั้นต้องมีกระบวนการใช้งานที่ดีๆเพราะด้วยการใช้ข้อมูลที่เยอะเกินไปนั้นจะทำลายความสร้างสรรค์และอารมณ์ของเนื้อหานั้นไป 

5. ขาดการชัดจูงสุดท้ายการเขียน E-commerce ที่ดีนั้นต้องสามารถชักจูงคนให้สนใจในการซื้อได้อย่างทันทีในการทดลองในปี  1970 พบว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อข้อความที่มีการชักจูงมากกว่า โดยเฉพาะการให้เหตุผลว่าทำไมต้องซื้อสินค้าและบริการ ด้วยการให้เหตุผลนี้จะทำให้เกิดการซื้อมากขึ้นได้อย่างทันที ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่น การลดราคา หรือการนำเสนอสินค้าต่าง ๆ 

ด้วยการใช้การทำ Copy Writing ใน Content ดีๆในการทำ e-commerce นั้นจะช่วยให้แบรนด์มีความแตกต่างจากคู่แข่งต่างๆขึ้นมาได้อีกทั้งยังสามารถช่วยในการขายได้มากมายอีกด้วย 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
Molek
Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ