103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

ทำ e-mail marketing อย่างไรให้กลุ่มเป้าหมายที่ส่งไปเปิดอ่าน

posted by  3,564 views

e-mail marketing นั้นเป็นสิ่งที่นักการตลาดในประเทศไทยหลาย ๆ คน คิดว่าเป็นการทำการตลาดที่ไม่ได้ผล หรือใช้ไม่ได้ดี นอกจากนี้บรรดา Agency ที่ปรึกษาในเรื่องนี้นั้นก็ต่างไม่ให้ความสำคัญในการทำ e-mail marketing  หรือบางทีก็ทำ e-mail marketing แบบขอไปทีไม่ได้จริงจังกับการใช้งาน จนสุดท้ายมันเลยใช้งานไม่ได้จริง ๆ

 AAEAAQAAAAAAAANxAAAAJGZjNDUxZTYyLWMwNzMtNDI2Mi04NTNiLTQ0MTYxYzYxMjEzNw

ก่อนอื่นเลยในต่างประเทศนั้นกระบวนการใช้ e-mail marketing ในต่างประเทศนั้นเป็นที่นิยมมาก และมีการศึกษาอย่างมากว่า e-mail marketing แบบไหนที่คนรับนั้นจะเปิดหรือเกิดการกดมาต่อ ทั้งนี้ในขั้นแรกของการทำ e-mail marketing คือการต้องรู้ว่าทำไมกลุ่มเป้าหมายที่ส่ง e-mail ไปนั้นจะเปิด e-mail ที่ส่งไปจาก e-mail ที่เข้ามาในกล่องข้อความทั้งหมด

จากการศึกษาของต่างประเทศเองนั้น e-mail ส่วนใหญ่ถูกส่งไปนั้นจะไม่ถูกเปิดออก มีอัตราการเปิดจากการส่งประมาณ 10-13% แต่บางแคมเปญที่ส่ง e-mail ออกไปนั้นกลับมีอัตราการเปิดที่สูงมากเรียกได้ว่า 25% ขึ้นที่ถูกเปิดขึ้น ซึ่งทีมที่ค้นคว้าเรื่องนี้ได้ค้นพบว่าส่วนสำคัญที่ทำให้ e-mail เหล่านี้เปิดหรือไม่ถูกเปิดนั้นคือ “หัวข้อ e-mail” ซึ่งในต่างประเทศเองนั้นเคยมีงานวิจัยในอดีตว่าหัวข้ออีเมล์ที่ส่งไปควรมีความยาวอยู่ระหว่าง 40-62 ตัวอักษร แต่จากการศึกษาครั้งล่าสุดนี้พบว่าความยาวที่เหมาะสมนั้นสั้นลงไปกว่านั้นอีก อยู่ที่ 1-15 ตัวอักษรเท่านั้น และปรากฏว่ายิ่งยาว ยิ่งได้รับการเปิดน้อยลงมากขึ้น

Screen Shot 2559-07-17 at 5.55.14 PM

ทำไมความยาวของหัวข้ออีเมล์จากในอดีตจนถึงปัจจุบันถึงได้เปลี่ยนไป นั้นเป็นเพราะรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ในอดีตนั้นผู้บริโภคอ่านอีเมล์ส่วนใหญ่นั้นผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ Notebook ตัวเอง ทำให้การแสดงผลหัวข้ออีเมล์ที่มีความยาวนั้นไม่ได้มีผลกระทบต่อการอ่าน แต่เมื่อในตอนนี้มือถือนั้นเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากมาย ทำให้การอ่านหัวข้ออีเมล์ที่มีความยาวมาก ๆ บนมือถือนั้นกลายเป็นความยากลำบากมากยิ่งขึ้น ซึ่งตอนนี้รูปแบบหัวข้อที่จะแสดงผลบนมือถือและยังดีอยู่คือ 27 ตัวอักษร รวมตั้งแต่หัวข้อ จนถึงคำอธิบายหัวข้อ และยังคงใช้ได้จนถึงประมาณ 40 ตัวอักษร มากกว่านั้นจะเริ่มมีผลการเปิดที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทีมที่วิจัยเรื่องนี้ได้ลองหัวข้ออีเมล์ที่มีขนาดความยาวที่ต่ำกว่า 30 ตัวอักษร พบว่ามีอัตราการเปิดที่ 15% และเมื่อเพิ่มจนมากกว่า 30 ตัวอักษร ปรากฏว่าอัตราการเปิดลดลงมาเหลือ 13% ซึ่งนี้สรุปได้ว่าความยาวนั้นมีผลต่อการเปิดเป็นสิ่งแรก

สิ่งต่อมาคือการทำหัวข้อนั้นให้เปิดมากขึ้นคือการสร้างหัวข้อที่ไม่ดูทางการมากเกินไป จากการศึกษาของทีมเดียวกันพบว่าการใช้ภาษาอย่างไม่เป็นทางการในหัวข้ออีเมล์นั้นมีอัตราการเปิดเพิ่มขึ้นกว่า 27% จากปกติแค่ 15% นั้นเป็นเพราะการที่ใช้ภาษาที่ดูเหมือนเพื่อนส่งถึงเพื่อน และดูจะไม่ใช่ลักษณะเหมือนการเข้ามาขายของหรือเข้ามานำเสนออะไรบางอย่าง แต่เหมือนเพื่อนส่งข้อความมาคุยกับเพื่อน ทำให้เกิดความไว้ใจในการเปิดอีเมล์นั้นมากกว่าปกติ ทั้งนี้การเลือกใช้คำนั้นเลยกลายเป็นความสำคัญที่จะสร้างอีเมล์นั้นให้เกิดเปิดมากขึ้นไปอีกนอกจากหัวข้อที่ต้องมีความสั้นอย่างมากแล้ว

Screen Shot 2559-07-17 at 5.56.24 PM

นอกจากนี้จำนวนการส่งนั้นก็ยังมีผลต่อจำนวนการเปิดด้วย ผู้ทำ e-mail marketing ชอบจะทำการส่ง e-mail นั้นในปริมาณที่มาก ๆ เพื่อประหยัดเวลาและคิดว่าสะดวกที่สุดในการส่ง แต่ปรากฏว่าในความจริงในยิ่งปริมาณการส่งใน 1 ครั้งมากแค่ไหน (ศัพท์ที่เรียกคือ Blast e-mail) ยิ่งทำให้อัตราการเปิดนั้นยิ่งลดต่ำลงอย่างมาก การส่งแบบปริมาณไม่มากและเป็นถัง ๆ ของการส่งไปทำสถิติที่ดีกว่าการส่งแบบปริมาณมาก ๆ อย่างมาก เรียกได้ว่าถ้าส่ง 1 ล้านฉบับออกไป จะมีการเปิดแค่ 10.48% แต่เมื่อส่งที่ละ 1,000 ฉบับ กลับมีอัตราการเปิด 34.78% นั้นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นหัวข้อที่ส่งในปริมาณมาก ๆ นั้นอาจจะเป็นหัวข้อที่คนไม่สนใจเลย เพราะคนนั้นมีความสนใจที่แตกต่างกัน แต่เมื่อแยกถังและสร้างหัวข้ออีเมล์ที่เหมาะกับกลุ่มที่จะส่งขึ้นมากลับกลายเป็นว่าเราสร้างอีเมล์ที่ส่งหากลุ่มเป้าหมายในแต่ละความสนใจได้ดีมากขึ้นไปอีก

Screen Shot 2559-07-17 at 5.55.03 PM

สุดท้ายสำคัญมาก คือการอย่ายึดติดกับ Best Practise ที่ทำมาในอดีตเพราะสิ่งที่เป็น Best Practise ทำกันมาในอดีตนั้นขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีหรือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ไม่ได้สะท้อนถึงรูปแบบการใช้งานและเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทั้งนี้นักการตลาดหรือคนทำ e-mail marketing นั้นต้องคอยดูว่าวิะีการไหนที่จะสามารถสร้างสรรค์กระบวนการทำ e-mail marketing ได้ดีที่สุดหรือพยายามปรับแต่งการใช้งานให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปมากขึ้น

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งในการสร้าง e-mail marketing  ที่จะทำให้ผู้บริโภคนั้นเปิดอีเมล์ออกมา แต่นี้ยังไม่รวมว่าจะอ่านเนื้อหาหรือกดคลิ๊กเนื้อหานั้นออกไหม ซึ่งนั้นเป็นกระบวนการทำ Content Marketing ที่นักการตลาดจะต้องผสมผสานเข้าไปในการสร้างสรรค์ e-mail marketing ให้น่าอ่านมากขึ้น

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง และเป็น Strategic Marketer ที่บริษัท Samart Multimedia Company ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


3 + = twelve

Recent Posts

Facebook