“Circle of Trust” สำคัญอย่างไร ? เมื่อ “นักการตลาด – คนโฆษณา” ต้องเอาชนะ Fake News! เรียกความเชื่อมั่นให้แบรนด์

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

line-cover

ทำการตลาดยุคนี้ ใช้แต่กลยุทธ์เดิม ๆ คงไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว แต่ความท้าทายของนักการตลาดและนักโฆษณา คือ การใช้ “สีสัน” หรือ “กลยุทธ์” ที่หวือหวา ก็อาจไม่ได้ผลเช่นกัน! ประเด็นนี้ถูกหยิบมาพูดถึงในงาน Marketing Oops! Summit 2020 บนเวที MarTech เช่นกัน ในหัวข้อ “The New Success Marketing Channel” โดย คุณนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร Chief Commercial Officer แห่ง LINE ประเทศไทย ซึ่งอธิบายเอาไว้ว่า…

Fake News ป่วน “นักการตลาด – คนโฆษณา” ทำงานยาก!

แม้ว่าประเทศไทยจะมีผู้ใช้งานและเสพโซเชียลมีเดีย สูงติดอันดับต้น ๆ ของโลก แต่สถานการณ์ Fake News ที่ระบาดอยู่ทั่วทุกแพลตฟอร์ม ก็มีแต่จะยิ่งทำให้การทำงานของนักการตลาดและนักโฆษณายุ่งยากขึ้น เพราะผู้คนไม่เชื่อมั่นและไม่แน่ใจว่า “ข้อมูลที่เห็นนั้น เชื่อถือได้หรือไม่” เรื่องนี้กลายเป็นหน้าที่ของนักการตลาดและนักโฆษณา ว่าจะวางแนวทางการทำงานอย่างไรให้เข้มข้นกว่าเดิม

จากสถิติของ Rakuten Insight เกี่ยวกับช่องทางที่ผู้บริโภคมองว่ามีความปลอดภัยในการสื่อสาร ซึ่งเทียบระหว่าง… มือถือ, เมสเซนเจอร์ แอป และโซเชียลมีเดีย ซึ่งผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น โซเชียลมีเดีย ต่ำสุดเพียง 45% ขณะที่อีก 2 แพลตฟอร์มอยู่ที่ 77% และ 65% ตามลำดับ

เรื่องนี้ถูกตอกย้ำเข้าไปอีก! จากตัวเลขความน่าเชื่อถือของโซเชียลมีเดียกับผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคชาวไทยเทคะแนนให้ถึง 78% ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 72% โดยผู้บริโภคที่ทำแบบสำรวจดังนี้ ยังเห็นด้วยกับการให้แบรนด์ทั้งหลาย “หยุดทำโฆษณา” ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อลดปัญหา Fake News และการเผยแพร่ข้อมูลผิด ๆ ซึ่งเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายในสังคม

line-1

“SME” ยอมทุ่มกับการทำโฆษณา – “LAP” ทางเลือกยอดฮิต

ถึงคนไทยจะชินกับ Fake News เพราะมีอยู่เกลื่อนโลกออนไลน์และมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว…เรื่องนี้ส่งผลกระทบและเกี่ยวข้องกับ GDP ของประเทศทีเดียว เนื่องจากสามารถสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจและส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินในการใช้สื่อโฆษณาได้ แต่ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าวที่อาจส่งผลให้เม็ดเงินการใช้สื่อโฆษณาชะลอตัว SME” กลับเป็นอุตสาหกรรมเดียวที่มีการทุ่มเม็ดเงินเพื่อทำโฆษณาอย่างต่อเนื่อง

ยกตัวอย่างการใช้งานบน LINE OA (LINE Official Account) ซึ่งปัจจุบันมี SME ลงทะเบียนใช้งานกว่า 3 ล้านราย จากปี 2015 ที่มีจำนวนเพียง 1.5 แสนราย เรื่องนี้ถือเป็นการสะท้อนสถานการณ์ Chat Commerce” ว่าไม่ได้อยู่ในสถานะกำลังเติบโต แต่เรียกว่าเป็นตลาดใหญ่ที่แอคทีฟมากกว่า เนื่องจากปีที่ผ่านมา LINE เพิ่งเปิดให้ลูกค้า SME สามารถซื้อโฆษณาบน LAP (LINE Ads Platform) ซึ่งได้การตอบรับจากลูกค้ากว่า 15,000 ราย สร้างการเติบโตในกลุ่มโฆษณาของ LINE เติบโตขึ้นกว่า 150%

line-2

ทำไม “Chat Commerce” มักจบการขายที่ “LINE”

คำตอบของเรื่องนี้ คือ LINE เป็น Circle of Trust” พื้นที่ที่ผู้ประกอบการและลูกค้าต่างไว้วางใจ ทำให้แบรนด์และลูกค้ามีความเชื่อมั่นในการซื้อ – ขายบนแพลตฟอร์ม ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่จะทำการซื้อกับคนขายหรือร้านค้าที่ตนเองมั่นใจ ดังนั้น เคล็ดลับของการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคก็คือการสื่อสารเพื่อสร้างความวางใจและนำไปสู่โอกาสทางการขาย รวมถึงสร้างความประทับใจหรือบอกต่อคนใกล้ชิดอีกด้วย

เปิดโรดแมป “LINE 2020” กับการหนุน “ผู้ค้า” แจ้งเกิดบนออนไลน์

ตามแนวทางทั้งหมดนี้ ทำให้ LINE กำหนดแนวทางธุรกิจปี 2020 ด้วยการสนับสนุน Commerce ซึ่งเริ่มต้นด้วยฟีเจอร์ LINE MyShop” https://linemyshop.com/ ที่รวมทุกเครื่องมือสำหรับร้านค้าโซเชียล ด้วยคุณสมบัติที่เชื่อมต่อกับ LINE OA สร้างเว็บไซต์ แชทกับลูกค้า หรือแม้แต่เปิดออเดอร์ พร้อมกับใช้งานเครื่องมือการตลาดเพื่อดูแลลูกค้าและทำการค้าได้ดีกว่าเดิม และอย่างที่บอกไปแล้วว่า LINE เริ่มเปิดโอกาสให้ SME และผู้ค้ารายเล็ก ๆ สามารถซื้อโฆษณาได้เอง เพื่อโชว์บน LINE Timeline และ LINE Today เรียกว่า Smart Channel ก็ถือเป็นการสนับสนุนให้ SME ลงโฆษณาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ LINE ยังมีแผนเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถซื้อโฆษณาได้เอง ทั้งยังกำหนดงบประมาณและจัดการโฆษณาได้เองด้วย โดยจะเริ่มต้นจาก Gain Friend Ad ก่อน และคาดว่าจะพร้อมให้บริการตามที่กล่าวมาภายในเดือนเมษายนนี้


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Ms.นกยูง
Ms.นกยูง
เมื่อโลกไม่เคยหยุดหมุน เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้... ชวนคุณมาทำความรู้จักหลากหลายเรื่องราว ทั้งสาระและสีสันบนโลกดิจิทัลไปพร้อมกัน